ขั้นตอนจัดเก็บกล้องวัดมุม (Theodolite) ช่วงพักงานยาว ทำได้ใน 20 นาที

Last updated: 17 ส.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขั้นตอนจัดเก็บกล้องวัดมุม (Theodolite) ช่วงพักงานยาว ทำได้ใน 20 นาที

ในงานรับเหมาสร้างบ้าน กล้องวัดมุม (Theodolite) ถูกใช้เป็นช่วง ๆ ตามจังหวะงานวางผังฐานราก ตรวจดิ่งเสา ถ่ายแนวกำแพง แล้วถูกเก็บเข้ากล่องรออีกหลายสัปดาห์ ประสบการณ์จากงานซ่อมบอกตรงกันว่าความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดตอนกล้องทำงาน แต่เกิดตอนกล้องนอนนิ่งอยู่ในกล่อง ทั้งเชื้อราบนผิวเลนส์ จาระบีในแกนหมุนแข็งตัว ฟองระดับเคลื่อน และแบตเตอรี่บวมจนใส่ไม่เข้า

ขั้นตอนด้านล่างเรียงตามลำดับที่ควรทำจริงในหน้างาน ใช้เวลารวมประมาณ 20 นาที ใช้ได้ทั้งกับกล้องวัดมุมแบบดิจิทัล (Digital Theodolite) และแบบออปติคัล (Optical Theodolite)

1. ทำความสะอาดและตรวจสภาพภายนอก (ประมาณ 5 นาที)

ทฤษฎีที่ต้องเข้าใจ ฝุ่นในไซต์ก่อสร้างมีทั้งผงปูนซีเมนต์และเม็ดควอตซ์จากทราย ความแข็งของควอตซ์อยู่ที่ระดับ 7 ตามสเกลโมส์ (Mohs scale) ซึ่งสูงกว่าชั้นเคลือบผิวเลนส์ (Multilayer Coating) ทุกชนิด การเช็ดเลนส์ที่ยังมีฝุ่นเกาะจึงเท่ากับขัดกระดาษทรายลงบนชั้นเคลือบ และรอยที่เกิดขึ้นเป็นรอยถาวร

ลำดับการทำ เป่าฝุ่นหลวมออกด้วยลูกยางเป่าลมก่อนเสมอ ตามด้วยพู่กันขนอ่อนปัดเบา ๆ จากนั้นใช้กระดาษเช็ดเลนส์ชุบน้ำยาทำความสะอาดเลนส์ เช็ดวนจากจุดกึ่งกลางออกสู่ขอบเพียงรอบเดียวแล้วเปลี่ยนแผ่นใหม่ ส่วนตัวเรือนกล้อง ฐานสามเกลียว (Tribrach) และกล่องบรรจุ ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดแล้วผึ่งให้แห้งสนิท

ค่าที่ควรรู้ กล้องวัดมุมดิจิทัลของผู้ผลิตหลักระบุระดับป้องกันฝุ่นและน้ำไว้ราว IP54 ถึง IP66 ซึ่งหมายถึงกันละอองน้ำระดับใช้งานภาคสนาม ไม่ได้แปลว่าทนความชื้นสะสมระยะยาวได้

ข้อควรระวัง ห้ามใช้แอลกอฮอล์เข้มข้น อะซิโตน หรือทินเนอร์กับผิวเลนส์และจอแสดงผล และไม่ควรใช้ลมกระป๋องอัดจ่อใกล้กว่า 15 เซนติเมตร เพราะสารขับดันอาจควบแน่นเป็นหยดของเหลวบนเลนส์

2. จัดการแบตเตอรี่และแหล่งจ่ายไฟ (ประมาณ 3 นาที)

ทฤษฎีที่ต้องเข้าใจ เซลล์ลิเทียมไอออนคายประจุเองตามธรรมชาติราว 2-5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน และอัตรานี้เพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิ หากเก็บก้อนที่ประจุเหลือน้อยไว้นานหลายเดือน แรงดันอาจตกจนวงจรป้องกันตัดการทำงานถาวร แต่การเก็บโดยประจุเต็มตลอดเวลาก็เร่งการเสื่อมของขั้วบวกเช่นกัน

ลำดับการทำ ถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวกล้องทุกครั้งที่จะเก็บนานเกินหนึ่งสัปดาห์ ปรับระดับประจุให้อยู่ราว 40-60 เปอร์เซ็นต์ของความจุ แล้วเก็บแยกในช่องของตัวเอง ไม่วางปนกับชิ้นโลหะที่อาจลัดขั้ว

ค่าที่ควรรู้ แบตเตอรี่ของกล้องวัดมุมและกล้องประมวลผลรวมในท้องตลาดมีความจุราว 2,000-5,200 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง ให้เวลาใช้งานต่อเนื่องราว 10-45 ชั่วโมงแล้วแต่รุ่น ส่วนผู้ผลิตเซลล์ลิเทียมไอออนแนะนำอุณหภูมิเก็บระยะยาวไว้ราว 0-25 องศาเซลเซียส

ข้อควรระวัง หากพบก้อนที่ผิวโป่ง ฝาเบียด หรือใส่เข้าช่องแล้วฝืดผิดปกติ ให้แยกออกจากกล่องกล้องทันที และไม่ควรทดลองชาร์จซ้ำ

3. บันทึกค่าตรวจสอบพื้นฐานก่อนปิดกล่อง (ประมาณ 7 นาที)

ทฤษฎีที่ต้องเข้าใจ เมื่อนำกล้องกลับมาใช้แล้วพบว่าค่ามุมเพี้ยน คำถามแรกคือเพี้ยนมาตั้งแต่ก่อนเก็บ หรือเพี้ยนขึ้นระหว่างเก็บ ถ้าไม่มีตัวเลขก่อนเก็บ คำถามนี้ตอบไม่ได้ การอ่านค่าสองหน้ากล้อง (Face Left / Face Right) ก่อนปิดกล่องจึงมีค่าเท่ากับการเซ็นรับสภาพเครื่องมือ

ลำดับการทำ ตั้งกล้องบนขาตั้งในที่ร่ม เล็งเป้าที่ระยะประมาณ 50 เมตร อ่านค่ามุมราบและมุมดิ่งหน้าซ้าย จากนั้นพลิกกล้อง (Plunge) อ่านค่าหน้าขวา ทำซ้ำสองชุดแล้วนำมาคำนวณ

สูตรที่ใช้
ค่าคลาดเคลื่อนแนวเล็งแนวราบ (Horizontal Collimation Error)
c = (HL - HR ± 180°) / 2
ค่าคลาดเคลื่อนดัชนีแนวดิ่ง (Vertical Index Error)
i = (VL + VR - 360°) / 2
โดย HL และ HR คือค่ามุมราบหน้าซ้ายและหน้าขวา ส่วน VL และ VR คือค่ามุมดิ่งหน้าซ้ายและหน้าขวา

เกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน วิธีทดสอบภาคสนามสำหรับกล้องวัดมุมกำหนดไว้ใน ISO 17123-3 ซึ่งวางกรอบทดสอบแบบย่อและแบบเต็มรูปเพื่อประเมินค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเชิงมุม ในทางปฏิบัติหน้างาน ค่า 2c ไม่ควรเกินราว 2-3 เท่าของค่าความแม่นยำเชิงมุมที่ระบุบนตัวเครื่อง กล้องชั้น 5 พิลิปดา ค่า 2c ราว 10-15 พิลิปดายังรับได้ ถ้าเกินกว่านั้นควรปรับแก้ก่อนเก็บ

ข้อควรระวัง บันทึกวันที่ อุณหภูมิโดยประมาณ และชื่อผู้ตรวจกำกับไว้เสมอ ตัวเลขที่ไม่มีบริบทนำมาเปรียบเทียบย้อนหลังไม่ได้

4. บรรจุลงกล่องและควบคุมความชื้น (ประมาณ 3 นาที)

ทฤษฎีที่ต้องเข้าใจ กล่องที่ปิดสนิทโดยมีอากาศชื้นค้างอยู่ข้างในทำหน้าที่ไม่ต่างจากตู้บ่มเชื้อรา เมื่ออุณหภูมิรอบกล่องลดลงตอนกลางคืนจนถึงจุดน้ำค้าง (Dew Point) ไอน้ำจะกลั่นตัวเกาะผิวเลนส์ซึ่งเย็นกว่าอากาศโดยรอบ สปอร์ราที่ติดมากับฝุ่นจะเจริญเป็นเส้นใยและกัดกินเข้าไปในชั้นเคลือบจนเกิดรอยด่างถาวร

ลำดับการทำ คลายสกรูล็อกแนวราบและแนวดิ่งให้อยู่ในตำแหน่งแตะพอตึง ไม่ขันจนสุด วางกล้องลงในร่องโฟมตามแนวที่ออกแบบไว้ ใส่ซองสารดูดความชื้นชนิดมีตัวบ่งชี้สีสองถึงสามซองไว้มุมกล่อง แล้วปิดกล่องขณะที่ทุกชิ้นแห้งสนิท

ค่าที่ควรรู้ ควรคุมความชื้นสัมพัทธ์ในกล่องหรือตู้เก็บให้อยู่ราว 40-50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านี้มากซีลยางมีโอกาสแห้งแตก สูงกว่านี้เข้าเขตเสี่ยงเชื้อรา ผู้ผลิตกล้องสำรวจส่วนใหญ่ระบุอุณหภูมิใช้งานไว้ราว -20 ถึง +50 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิจัดเก็บกว้างกว่านั้นราว -30 ถึง +60 องศาเซลเซียส

ข้อควรระวัง ห้ามวางกล่องกับพื้นคอนกรีตโดยตรง ควรยกสูงจากพื้นอย่างน้อย 20-30 เซนติเมตร และเว้นระยะจากผนังด้านนอกอาคาร เพราะเป็นจุดที่ความชื้นเดินผ่านมากที่สุด ส่วนขาตั้งกล้อง (Tripod) ให้เก็บแยก คลายสกรูรัดขาให้คลายแรง และเช็ดโคลนที่ปลายเหล็กออกให้หมด

5. รอบตรวจระหว่างพักงาน (ประมาณ 2 นาทีต่อเดือน)

ลำดับการทำ ทุก 30 วันให้เปิดกล่องในห้องที่อากาศแห้ง ตรวจสีตัวบ่งชี้บนซองดูดความชื้นแล้วเปลี่ยนเมื่อสีเปลี่ยน ส่องไฟฉายเฉียงเข้าเลนส์วัตถุเพื่อหาเส้นใยสีขาวคล้ายใยแมงมุมซึ่งเป็นสัญญาณแรกของเชื้อรา หมุนกล้องรอบแกนดิ่งสองถึงสามรอบและกระดกกล้องขึ้นลงเพื่อกันจาระบีแยกชั้น จากนั้นชาร์จแบตเตอรี่กลับสู่ระดับ 40-60 เปอร์เซ็นต์ทุก 3-6 เดือน

ข้อควรระวัง หากกล้องพักงานต่อเนื่องเกิน 12 เดือน หรือผ่านการขนย้ายหลายครั้งระหว่างช่วงเก็บ ควรส่งตรวจสภาพและสอบเทียบก่อนนำกลับเข้างานที่ต้องรับผิดชอบค่าพิกัด ห้องปฏิบัติการที่ดำเนินการตามข้อกำหนด ISO/IEC 17025 จะออกใบรับรองที่ระบุความสามารถสอบกลับได้ (Traceability) ของค่าที่วัด ซึ่งเป็นเอกสารที่ผู้ควบคุมงานมักขอดูเป็นอันดับแรก

✦ สรุปและคำแนะนำเชิงเทคนิค

หัวใจของการจัดเก็บกล้องวัดมุมมีสามข้อ เก็บของที่แห้งสนิท เก็บพร้อมตัวเลขอ้างอิง และเปิดดูตามรอบ กล้องชั้น 2-7 พิลิปดาที่ดูแลดีรักษาสภาพใช้งานได้นานนับสิบปี สิ่งที่ทำให้กล้องอายุสั้นคือความชื้นที่ถูกขังไว้ กับความคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ ที่สะสมขึ้นโดยไม่มีใครจดบันทึก

แต่หากเปิดกล่องแล้วพบเส้นใยราบนเลนส์ ค่ามุมกระโดด ฟองระดับกลมเคลื่อนออกจากวงกลางแม้ตั้งบนพื้นเรียบ หรือแกนหมุนฝืดเป็นจังหวะ อาการเหล่านี้แก้ด้วยการทำความสะอาดภายนอกไม่ได้ ต้องเปิดเรือนกล้องเพื่อล้างชุดเลนส์และเปลี่ยนสารหล่อลื่น ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำในห้องสะอาดพร้อมเครื่องมือปรับแนวเล็งเฉพาะทาง

P1 Instrument (บจก.พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์) รับซ่อมกล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และกล้องระดับทุกยี่ห้อ ทั้งงานล้างเชื้อราในชุดเลนส์ เปลี่ยนจาระบีแกนหมุน ปรับแนวเล็ง และซ่อมชุดจานองศา พร้อมบริการสอบเทียบและออกใบรับรองสำหรับเครื่องที่พักงานมานาน ตรวจประเมินอาการและแจ้งราคาก่อนลงมือทุกครั้ง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
⌂ กล้องสำรวจศูนย์รังสิต (รังสิตคลอง 2)
⚑ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▣ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์
   โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
⏰ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
⚒ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
☎ 02-181-6844
◉ https://www.xn--12cmad0ewa7dfdoynwi8a3ej0cxf0pqcn.com/
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #จัดเก็บกล้องวัดมุม #ดูแลรักษากล้องสำรวจ #เชื้อราบนเลนส์กล้อง #Theodolite #ตรวจเช็คกล้องก่อนใช้งาน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้