การรังวัดในพื้นที่อับอากาศ เช่น งานอุโมงค์ ปล่องบ่อ (Shaft) อาคารใต้ดิน หรือใต้สะพาน มีความท้าทายทั้งด้านข้อจำกัดทางกายภาพและแสงสว่าง การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์เสริมที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ
1. การเตรียมอุปกรณ์เสริมสำหรับพื้นที่แคบและมุมอับ
- L-Bar Prism / Mini Prism: ใช้เป้าขนาดเล็กหรือเป้าชนิดยึดติดถาวร แทนการใช้เป้าขนาดปกติ เพื่อให้ตั้งเป้าในมุมอับหรือชิดผนังได้ง่าย
- Diagonal Eyepiece (หักงอลำกล้อง): ต่อเข้ากับช่องมองภาพเพื่อส่องแหงนขึ้นสูงหรือก้มลงต่ำในมุมเงย/มุมก้มมากๆ ที่ไม่สามารถแนบสายตาส่องตรงๆ ได้
- Short Focus Lens: ติดเลนส์เสริมโฟกัสระยะสั้น เมื่อต้องตั้งกล้องและรังวัดวัตถุในระยะใกล้กว่าระยะโฟกัสต่ำสุดของกล้องปกติ (< 1.0 - 1.5\text{ m})
2. เทคนิคการทำงานในสภาพแสงน้อย- Reticle & Screen Illumination: เปิดไฟส่องสว่างเส้นสายใย (Reticle Illumination) และไฟหน้าจอ LCD เพื่อให้อ่านค่าสายใยและควบคุมกล้องได้ชัดเจนในที่มืด
- Laser Pointer / Target Illuminator: ใช้เลเซอร์ชี้นำจุด (Guide Light) หรือติดไฟฉายส่องเป้าระยะไกล ช่วยให้มองเห็นเป้าปริซึมได้แม่นยำขึ้น
- ปรับโหมดการวัดระยะ (EDM Mode): งานในอุโมงค์หรือพื้นที่ชื้นอับแสง ควรใช้โหมดการวัดระยะที่ทนต่อสัญญาณสะท้อนรบกวน (เช่น Tracking Mode หรือใช้เป้าแผ่นสะท้อน Reflective Sheet)
3. ข้อควรระวังและปลอดภัย (Safety & Procedure)- ใช้การทำพิกัดแบบ Resection: ในพื้นที่แคบที่ตั้งกล้องตรงหมุดหลักไม่ได้ ให้ตั้งกล้องจุดใดก็ได้ที่มองเห็นหมุดควบคุม (Control Points) อย่างน้อย $2 - 3$ จุด แล้วใช้วิธี Resection ย้อนหาพิกัดจุดตั้งกล้อง
- ความชื้นและการเกิดฝ้า: หากอุณหภูมิในพื้นที่แคบแตกต่างจากภายนอก ให้พักกล้องไว้ในพื้นที่ทำงานสักครู่เพื่อให้ปรับอุณหภูมิ ลดการเกิดฝ้าไอน้ำบนเลนส์
- ความปลอดภัยอับอากาศ: ตรวจสอบระบบระบายอากาศและก๊าซพิษก่อนลงปฏิบัติงานในพื้นที่ปิดล้อมทุกครั้ง