เลนส์ดิ่งแบบออปติคอล vs เลเซอร์ สำหรับกล้องวัดมุม

Last updated: 31 ก.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลนส์ดิ่งแบบออปติคอล vs เลเซอร์ สำหรับกล้องวัดมุม

เลนส์ดิ่งแบบออปติคอล vs เลเซอร์ สำหรับกล้องวัดมุม

     ในการสำรวจและงานก่อสร้าง ขั้นตอนการตั้งกล้อง (Centering) ให้ตรงกับจุดหมุดบนพื้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เลนส์ดิ่ง (Plummet) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นี้ โดยปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

1. เลนส์ดิ่งแบบออปติคอล (Optical Plummet)

   ใช้นัยน์ตามองผ่านชุดเลนส์และปริซึมภายในกล้องเพื่อเล็งเส้นกากบาทลงบนหัวหมุด

  • จุดเด่น : สู้แสงแดดจัดได้ดีเยี่ยม ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ กลไกเลนส์แก้วมีความเสถียรและทนทานสูง
  • ข้อจำกัด: ต้องก้มส่องช่องมองทุกครั้ง ทำให้ก้มเงยเมื่อยล้า และมองเห็นหัวหมุดยากเมื่อทำงานในที่มืด


2. เลนส์ดิ่งแบบเลเซอร์ (Laser Plummet)

   ใช้ไดโอดฉายจุดเลเซอร์ลงบนพื้นตรงตำแหน่งหัวหมุดโดยตรง

  • จุดเด่น: ตั้งกล้องได้รวดเร็วเพียงแค่ยิงจุดลงพื้น ทำงานในอาคาร อุโมงค์ หรือช่วงเย็นได้ดีเยี่ยม
  • ข้อจำกัด: จุดเลเซอร์มองเห็นได้ยากเมื่อเจอแดดจัด ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ และจุดเลเซอร์อาจเคลื่อนได้หากกล้องตกกระแทก


สรุปความแตกต่าง


     คำแนะนำการใช้งาน : หากเน้นงานสนามกลางแจ้ง ลุยแดดเป็นหลัก เลนส์ดิ่งแบบ Optical ยังคงตอบโจทย์เรื่องความทนทานและชัดเจน แต่หากเน้นความรวดเร็ว งานโครงสร้าง งานในอาคาร หรือต้องการลดความเมื่อยล้า แบบ Laser จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า



Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้