Last updated: 15 ก.ค. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
งาน Structural Monitoring คือการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของอาคาร สะพาน เขื่อน หรือดินขุดลึก โดยเปรียบเทียบพิกัด (Coordinate) ของหมุดอ้างอิงในแต่ละรอบการวัด หากตรวจพบการเคลื่อนตัวเกินค่าที่ยอมรับได้ ทีมวิศวกรจะสามารถออกมาตรการป้องกันได้ทันเวลา กล้อง Total Station เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับงานลักษณะนี้ เพราะให้ทั้งมุมและระยะพร้อมกันในความละเอียดสูง ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนภาคสนามที่จัดเรียงให้ทำตามได้เป็นลำดับ
เริ่มจากแบ่งหมุดออกเป็นสองกลุ่ม คือหมุดอ้างอิง (Reference Point) ที่อยู่นอกเขตอิทธิพลของการเคลื่อนตัว และหมุดตรวจวัด (Object Point) ที่ติดบนโครงสร้างเป้าหมาย ควรมีหมุดอ้างอิงอย่างน้อย 3-4 จุดกระจายรอบพื้นที่เพื่อใช้ตรวจสอบเสถียรภาพของสถานีกล้องแบบ Free Station
ในงาน Monitoring นิยมตั้งกล้องแบบ Free Station คือไม่จำเป็นต้องตั้งเหนือหมุดโดยตรง แต่ให้เล็งไปยังหมุดอ้างอิงหลายจุดเพื่อคำนวณพิกัดสถานีกลับ (Resection) วิธีนี้ช่วยให้เลือกตำแหน่งกล้องที่มองเห็นเป้าได้ครบและตั้งซ้ำได้ทุกรอบ
สมการพื้นฐานของการคำนวณระยะราบจากค่าที่วัดได้:
HD = S × sin(Z)
โดย HD คือระยะราบ (Horizontal Distance), S คือระยะลาด (Slope Distance) และ Z คือมุมดิ่ง (Zenith Angle) ค่าพิกัดของแต่ละหมุดจึงคำนวณต่อจากระยะราบและมุมราบ (Horizontal Angle) เทียบกับสถานี
การวัดแต่ละหมุดควรทำแบบสองหน้ากล้อง (Face Left / Face Right) แล้วเฉลี่ยผล เพื่อลดผลจาก Collimation Error และ Vertical Index Error การวัดหนึ่งรอบเวลาเรียกว่าหนึ่ง Epoch เมื่อเทียบพิกัดระหว่าง Epoch แรก (ค่าอ้างอิง) กับ Epoch ถัดไป จะได้เวกเตอร์การเคลื่อนตัว (Displacement Vector)
หลังเก็บข้อมูลแต่ละ Epoch ควรตรวจค่าความคลาดเคลื่อนของการวนกลับ (Misclosure) และปรับแก้โครงข่ายด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Least Squares Adjustment) เพื่อกระจายความคลาดเคลื่อนอย่างมีหลักการ วิธีการทดสอบสมรรถนะของกล้องเชิงมุมและระยะสามารถอ้างอิงแนวทางตามมาตรฐาน ISO 17123-3 และ ISO 17123-4 ที่กำหนดขั้นตอนภาคสนามสำหรับประเมินค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของเครื่องมือ
จัดทำกราฟแนวโน้มการเคลื่อนตัวต่อเวลาเทียบกับ Alarm Level พร้อมระบุสภาพอากาศและเงื่อนไขการวัด เพื่อให้ทีมออกแบบตัดสินใจได้บนข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
13 ก.ค. 2569