ถ่ายระดับขึ้นชั้นอาคารสูงด้วยกล้องระดับและเทปเหล็ก ใน 6 ขั้นตอน

Last updated: 5 พ.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ถ่ายระดับขึ้นชั้นอาคารสูงด้วยกล้องระดับและเทปเหล็ก ใน 6 ขั้นตอน

เมื่ออาคารสูงขึ้นทีละชั้น ทีมสำรวจต้องถ่ายค่าระดับจากหมุดอ้างอิงที่ชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบน เพื่อใช้กำหนดระดับพื้น คาน และงานระบบ วิธีที่ใช้กันมากคือใช้กล้องระดับ (Auto Level) สองตำแหน่งร่วมกับเทปเหล็ก (Steel Tape) ที่แขวนดิ่งผ่านช่องเปิดของอาคาร วิธีนี้ทำได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐาน แต่ต้องทำตามลำดับและแก้ค่าเทปให้ครบ มิฉะนั้นความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่มิลลิเมตรต่อชั้นจะสะสมจนเห็นชัดที่ชั้นบน บทความนี้เรียงขั้นตอนการถ่ายระดับขึ้นชั้นอาคารสูงเป็น 6 ขั้นตอนที่ทำตามได้จริง

1. เตรียมหมุดอ้างอิงและช่องถ่ายระดับ

  • ขั้นที่ 1 ตรวจหมุดอ้างอิงชั้นล่าง: ใช้หมุดระดับอ้างอิงชั่วคราว (Temporary Benchmark) อย่างน้อยสองหมุดที่ชั้นล่าง และเดินระดับเชื่อมระหว่างหมุดเพื่อยืนยันว่าค่าระดับยังสอดคล้องกัน หมุดที่ติดตั้งบนโครงสร้างที่อาจทรุดตัวไม่ควรใช้เป็นหมุดหลัก
  • ขั้นที่ 2 เลือกช่องและแขวนเทป: เลือกช่องเปิดที่เทปแขวนได้ดิ่งตลอดความสูง เช่น ช่องลิฟต์ ช่องท่อ หรือขอบอาคาร แขวนเทปเหล็กให้ปลายมีน้ำหนักถ่วงตามแรงดึงที่ผู้ผลิตเทประบุ และรอให้เทปนิ่งก่อนอ่าน

ควรวางแผนตำแหน่งช่องถ่ายระดับตั้งแต่ช่วงเริ่มงานโครงสร้าง และเว้นช่องไว้ในตำแหน่งเดียวกันทุกชั้น เพื่อให้แขวนเทปจากชั้นบนลงถึงชั้นล่างได้ตลอดแนว ถ้าช่องถูกปิดด้วยแบบหล่อหรือวัสดุก่อสร้าง ต้องประสานทีมโครงสร้างให้เปิดช่องก่อนวันถ่ายระดับ

ช่องที่มีลมพัดผ่านแรงทำให้เทปแกว่งจนอ่านค่าได้ยาก ควรเลือกช่องที่ปิดล้อมบางส่วน หรือให้ปลายเทปจุ่มในถังน้ำเพื่อหน่วงการแกว่ง โดยไม่ให้น้ำหนักถ่วงแตะก้นถัง

2. อ่านค่าที่ชั้นล่าง

  • ขั้นที่ 3 ตั้งกล้องชั้นล่าง: ตั้งกล้องระดับที่ชั้นล่างในตำแหน่งที่เล็งเห็นทั้งไม้สต๊าฟบนหมุดอ้างอิงและเทปเหล็ก อ่านค่าไม้สต๊าฟบนหมุด (a1) แล้วอ่านค่าเทปที่แนวเล็ง (t1)

HI1 = RLTBM + a1

  • ข้อควรระวัง: เทปเหล็กมีขีดละเอียดน้อยกว่าไม้สต๊าฟ ควรอ่านโดยใช้จุดตัดของเส้นสายใยและประมาณค่าถึงมิลลิเมตรอย่างระมัดระวัง ถ้าทำได้ให้อ่านซ้ำสองครั้งแล้วเฉลี่ย
  • การบันทึก: จดอุณหภูมิของเทปหรืออุณหภูมิอากาศบริเวณช่องไว้ด้วย เพราะต้องใช้ในการแก้ค่าในขั้นที่ 5

ถ้ามีกล้องเพียงตัวเดียว ต้องยึดปลายบนของเทปให้แน่นและไม่แตะเทประหว่างย้ายกล้อง แล้วกลับมาอ่านชั้นล่างซ้ำหลังอ่านชั้นบนเสร็จ ถ้าระดับแนวเล็งเทียบกับค่าอ่านเทปยังสอดคล้องกับครั้งแรก แสดงว่าเทปไม่ขยับระหว่างการวัด

3. อ่านค่าที่ชั้นบนและคำนวณ

  • ขั้นที่ 4 ตั้งกล้องชั้นบน: ตั้งกล้องระดับตัวที่สองที่ชั้นบน อ่านค่าเทปที่แนวเล็ง (t2) และอ่านค่าไม้สต๊าฟบนหมุดใหม่ที่ต้องการกำหนด (a2) ถ้ามีกล้องสองตัว ควรอ่านค่าเทปทั้งสองชั้นในเวลาใกล้เคียงกันที่สุด เพื่อลดผลจากเทปขยับ

L = |t2 − t1| และ RLใหม่ = HI1 + Lแก้แล้ว − a2

L คือความยาวเทประหว่างแนวเล็งของสองชั้น ซึ่งต้องแก้ค่าในขั้นถัดไปก่อนนำไปใช้ ทิศทางของการลบขึ้นกับว่าขีดบนเทปเพิ่มขึ้นทางขึ้นหรือทางลง จึงควรระบุไว้ในสมุดสนามทุกครั้ง

4. แก้ค่าเทปให้ครบ

  • ขั้นที่ 5 แก้ค่าอุณหภูมิและค่าเทป: เทปเหล็กยืดหดตามอุณหภูมิ ค่าแก้ประมาณได้จากสูตร

Ct = α × L × (T − T0)

  • ความหมาย: α คือสัมประสิทธิ์การขยายตัวของเหล็ก ประมาณ 11.5 × 10⁻⁶ ต่อ °C T คืออุณหภูมิขณะวัด และ T0 คืออุณหภูมิมาตรฐานของเทป ซึ่งระบุในเอกสารของเทป
  • ตัวอย่าง: L = 30 ม. วัดที่ 35 °C กับเทปมาตรฐาน 20 °C จะได้ค่าแก้ราว 5.2 มม. ซึ่งมากกว่าความคลาดเคลื่อนของการอ่านกล้องหลายเท่า
  • ค่าแก้อื่น: ใช้ค่าแก้ความยาวจากใบสอบเทียบของเทป ซึ่งควรออกโดยห้องปฏิบัติการที่สอบกลับได้ เช่น ห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และใช้แรงดึงตามที่ระบุในใบสอบเทียบนั้น

เทปที่แขวนในช่องอาคารอาจมีอุณหภูมิต่างจากอากาศภายนอกมาก โดยเฉพาะช่วงที่แดดส่องผนังด้านหนึ่ง การวัดในช่วงเช้าหรือช่วงที่อุณหภูมิคงที่ช่วยลดความไม่แน่นอนของค่าแก้ได้

5. ตรวจซ้ำและควบคุมการสะสม

  • ขั้นที่ 6 ทำซ้ำแบบอิสระและตรวจหมุดชั้นบน: เลื่อนเทปให้แนวเล็งตัดที่ขีดอื่นแล้วทำซ้ำ หรือถ่ายระดับผ่านช่องที่สอง ค่าระดับที่ได้จากสองครั้งควรต่างกันไม่เกินเกณฑ์ที่โครงการกำหนด จากนั้นสร้างหมุดอย่างน้อยสองหมุดที่ชั้นบนและเดินระดับเชื่อมกันเพื่อตรวจ
  • ถ่ายจากฐานเสมอ: ถ้าทำได้ ให้ถ่ายระดับจากหมุดชั้นล่างขึ้นไปตรง ๆ ทุกครั้ง แทนการถ่ายต่อจากชั้นก่อนหน้าเป็นทอด ๆ เพราะการถ่ายต่อเป็นทอดทำให้ความคลาดเคลื่อนของแต่ละชั้นสะสม
  • ตรวจกล้องทั้งสองตัว: ทำ Two-Peg Test กับกล้องทั้งสองตัวก่อนเริ่มงาน และตรวจความแม่นยำตามแนวทาง ISO 17123-2 เป็นระยะ เพราะระยะเล็งไปยังเทปกับไปยังไม้สต๊าฟมักไม่เท่ากัน

ระหว่างการก่อสร้าง เสาและผนังรับน้ำหนักจะหดตัวเล็กน้อยเมื่อรับน้ำหนักของชั้นที่สร้างเพิ่มขึ้น ค่าระดับของหมุดชั้นบนที่สร้างไว้ก่อนจึงอาจเปลี่ยนไปตามเวลา การถ่ายระดับจากฐานใหม่เป็นระยะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ และช่วยให้ผู้ออกแบบตัดสินใจเรื่องค่าเผื่อระดับได้

ผู้ผลิตกล้องระดับทั่วไประบุความแม่นยำงานระดับไป-กลับต่อ 1 กม. ในช่วงราว ±0.7–2.5 มม. ตามรุ่น ในงานถ่ายระดับขึ้นอาคาร ความคลาดเคลื่อนหลักจึงมักมาจากเทปและการอ่านเทป มากกว่าตัวกล้อง ส่วนเกณฑ์ค่าปิดระหว่างหมุดชั้นเดียวกันควรกำหนดตามข้อกำหนดของโครงการหรือแนวทาง FGCS

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้