5 ความเชื่อผิดถ่ายระดับ กล้องระดับ vs Total Station แบบตรีโกณมิติ

Last updated: 3 พ.ย. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 ความเชื่อผิดถ่ายระดับ กล้องระดับ vs Total Station แบบตรีโกณมิติ

การหาค่าระดับในงานสำรวจและงานก่อสร้างทำได้สองแนวทางหลัก คือการถ่ายระดับด้วยกล้องระดับ (Spirit Leveling) ที่อ่านไม้สต๊าฟด้วยแนวเล็งราบ และการถ่ายระดับแบบตรีโกณมิติ (Trigonometric Leveling) ที่ใช้ Total Station วัดระยะและมุมดิ่งแล้วคำนวณผลต่างระดับ ทั้งสองวิธีมีจุดแข็งต่างกัน แต่ในหน้างานยังมีความเชื่อหลายข้อที่ทำให้เลือกวิธีไม่เหมาะกับงาน บทความนี้แยก 5 ความเชื่อผิดที่พบบ่อย พร้อมหลักการและสูตรที่ถูกต้อง

1. ความเชื่อผิดที่ 1: Total Station ถ่ายระดับได้แม่นเท่ากล้องระดับเสมอ

ความจริง: ผลต่างระดับแบบตรีโกณมิติคำนวณจาก

ΔH = S × cos z + hi − ht

เมื่อ S คือระยะเอียง z คือมุมจุดยอด (Zenith Angle) hi คือความสูงกล้อง และ ht คือความสูงเป้า สำหรับแนวเล็งที่เกือบราบ ความคลาดเคลื่อนของมุมดิ่งส่งผลต่อระดับโดยประมาณเท่ากับ S × σz″ / ρ″ เมื่อ ρ″ = 206,265

  • ตัวอย่าง: Total Station ที่มีความแม่นยำมุม 2″ วัดเป้าที่ระยะ 200 m ความคลาดเคลื่อนจากมุมดิ่งอย่างเดียวราว 1.9 mm ยังไม่รวมความสูงเป้า การหักเหของแสง และความคลาดเคลื่อนดัชนีมุมดิ่ง
  • Tolerance: กล้องระดับอัตโนมัติที่ผู้ผลิตระบุ ±0.7 ถึง ±2.5 mm ต่อ km เดินไป-กลับตามวิธีทดสอบ ISO 17123-2 ให้ความแม่นยำที่คาดการณ์ได้ดีกว่าสำหรับงานระดับละเอียด
  • ข้อควรระวัง: งานหมุดหลักฐานระดับและงานติดตามการทรุดตัวจึงยังนิยมใช้กล้องระดับเป็นหลัก แม้ Total Station จะสะดวกกว่า

อย่างไรก็ตาม สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดระดับเซนติเมตร เช่น การเก็บระดับภูมิประเทศ การหาระดับจุดที่เข้าถึงยาก หรือการวัดระดับยอดโครงสร้าง การถ่ายระดับแบบตรีโกณมิติด้วย Total Station ให้ผลเพียงพอและเร็วกว่ามาก ความเชื่อนี้จึงผิดเมื่อนำไปใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดระดับมิลลิเมตร

2. ความเชื่อผิดที่ 2: กล้องระดับใช้ได้เฉพาะพื้นที่ราบ

ความจริง: กล้องระดับใช้กับพื้นที่ลาดชันได้ แต่ผลต่างระดับต่อการตั้งกล้องหนึ่งครั้งถูกจำกัดด้วยความยาวไม้สต๊าฟ ระยะต่อการตั้งกล้องจึงสั้นลงและต้องตั้งกล้องหลายครั้งขึ้น ความคลาดเคลื่อนสะสมตามจำนวนการตั้งกล้อง

σΔH = σsetup × √n

  • ตัวอย่าง: ทางลาด 10% ถ้าผลต่างระดับต่อการตั้งกล้องทำได้ไม่เกินราว 3 m ระยะที่เดินได้ต่อการตั้งกล้องหนึ่งครั้งจะเหลือราว 30 m เทียบกับพื้นราบที่อาจได้ 60 ถึง 80 m
  • Procedure: ในพื้นที่ชันมาก การถ่ายระดับแบบตรีโกณมิติด้วยการวัดสองทาง (Reciprocal Observation) อาจเร็วกว่าและได้ผลในเกณฑ์ที่งานต้องการ
  • ข้อควรระวัง: เมื่อจุดตั้งกล้องเพิ่มขึ้น ต้องระวังการทรุดของจุดเปลี่ยนบนพื้นลาดมากขึ้นด้วย

3. ความเชื่อผิดที่ 3: วัดแบบตรีโกณมิติแล้ว ความสูงกล้องกับความสูงเป้าไม่ค่อยสำคัญ

ความจริง: hi และ ht บวกเข้าผลต่างระดับโดยตรง ผิดเท่าไรผลก็ผิดเท่านั้น วิธีลดผลคือตั้งกล้องระหว่างสองจุดแบบเดียวกับกล้องระดับ แล้วหาผลต่างระดับจากการวัดสองเป้า ค่า hi จะหักล้างกัน

ΔHAB = (SB cos zB − htB) − (SA cos zA − htA)

  • ตัวอย่าง: ถ้าใช้ไม้ปริซึมความสูงเดียวกันทั้งสองจุดและล็อกไว้ ค่า ht ก็หักล้างกันด้วย เหลือเพียงผลของการวัดมุมและระยะ
  • Procedure: ใช้ไม้ปริซึมที่ล็อกความสูงได้แน่น หรือติดปริซึมบนขาตั้งแล้ววัดความสูงอย่างระมัดระวัง
  • ข้อควรระวัง: การป้อนความสูงเป้าผิดเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของการหาระดับด้วย Total Station

ในงานที่วัดระดับหลายจุดจากการตั้งกล้องครั้งเดียว ควรวัดหมุดหลักฐานระดับซ้ำตอนจบด้วย ถ้าค่าที่ได้ต่างจากตอนเริ่มเกินเกณฑ์ แสดงว่ากล้องขยับ หรือมีการเปลี่ยนความสูงเป้าระหว่างทำงานโดยไม่ได้แก้ค่าในเครื่อง

4. ความเชื่อผิดที่ 4: ความโค้งของโลกและการหักเหของแสงไม่มีผลกับ Total Station

ความจริง: ผลรวมของความโค้งของโลกและการหักเหของแสงคำนวณได้จาก

cr = (1 − k) × D² / (2R)

เมื่อ k คือสัมประสิทธิ์การหักเหของแสง ซึ่งมักใช้ค่าประมาณ 0.13 D คือระยะราบ และ R คือรัศมีโลกราว 6,371 km

  • ตัวอย่าง: ที่ระยะ 500 m ผลนี้ราว 17 mm Total Station ส่วนใหญ่แก้ค่าให้จากค่า k ที่ตั้งไว้ แต่ค่า k จริงเปลี่ยนตามอุณหภูมิใกล้พื้นและเวลาของวัน จึงยังเหลือความไม่แน่นอน
  • Procedure: ตรวจในเมนูว่าเครื่องเปิดการแก้ค่าความโค้งและการหักเหหรือไม่ และใช้การวัดสองทางเมื่อระยะยาว เพราะผลส่วนใหญ่หักล้างกัน
  • ข้อควรระวัง: กล้องระดับลดผลนี้ได้ด้วยการรักษาระยะอ่านหลังและอ่านหน้าให้เท่ากัน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของวิธีนี้

ผลของการหักเหของแสงยังแปรปรวนมากเมื่อแนวเล็งผ่านใกล้ผิวพื้นที่ร้อน เช่น ลานคอนกรีตหรือถนนลาดยางในช่วงบ่าย การยกแนวเล็งให้สูงจากพื้นและวัดในช่วงเช้าช่วยลดความไม่แน่นอนนี้ได้ทั้งสองวิธี

5. ความเชื่อผิดที่ 5: ค่าระดับจากสองวิธีนำมาใช้ร่วมกันได้ทันที

ความจริง: ค่าระดับจากสองวิธีใช้ร่วมกันได้ ถ้าอ้างอิงหมุดหลักฐานเดียวกัน และแต่ละชุดผ่านการตรวจค่าปิดของตัวเอง ปัญหามักเกิดเมื่อทีมหนึ่งใช้หมุดหลักฐานของโครงการ แต่อีกทีมใช้ค่าระดับที่สมมติขึ้นเอง

δ = HTS − HLEV

  • Procedure: ให้ทั้งสองทีมวัดจุดร่วมอย่างน้อยสองจุด แล้วเทียบผลต่าง δ ของแต่ละจุด
  • Tolerance: ผลต่างที่จุดร่วมควรอยู่ในเกณฑ์ที่รวมความคลาดเคลื่อนของทั้งสองวิธี ถ้าต่างมากผิดปกติ ให้ตรวจหมุดอ้างอิง ความสูงเป้า และการตั้งค่าเครื่องก่อน
  • ข้อควรระวัง: Total Station ที่ใช้หาระดับควรตรวจความคลาดเคลื่อนดัชนีมุมดิ่ง (Vertical Index Error) ตามแนวทาง ISO 17123-5 เป็นระยะ

ในทางปฏิบัติ หลายโครงการใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันอย่างได้ผล คือใช้กล้องระดับสร้างและตรวจหมุดหลักฐานระดับ แล้วใช้ Total Station วัดระดับรายละเอียดหรือจุดที่เข้าถึงยาก การแบ่งหน้าที่แบบนี้ทำให้ค่าอ้างอิงของโครงการแม่น ขณะที่งานเก็บรายละเอียดยังทำได้เร็ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้