Last updated: 2 พ.ย. 2569 | 15 จำนวนผู้เข้าชม |
กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) ออกแบบให้เส้นเล็ง (Line of Sight) อยู่ในแนวราบเมื่อตัวชดเชย (Compensator) ทำงาน แต่ในทางปฏิบัติเส้นเล็งมักเอียงจากแนวราบเล็กน้อย ซึ่งเรียกว่าความคลาดเคลื่อนเส้นเล็ง (Collimation Error) การทดสอบสองหมุด (Two-Peg Test) คือวิธีวัดขนาดความเอียงนี้ในสนามโดยไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ บทความนี้อธิบายว่าทำไมการทดสอบจึงได้ผล สูตรที่ใช้คำนวณ และสิ่งที่การทดสอบนี้บอกไม่ได้
ทฤษฎี: ถ้าเส้นเล็งเอียงจากแนวราบเป็นมุม α ค่าอ่านบนไม้สต๊าฟที่ระยะ D จะผิดจากค่าจริงเท่ากับ
e = D × tan α ≈ D × α″ / ρ″ เมื่อ ρ″ = 206,265
ทฤษฎี: ตอกหมุด A และ B ห่างกันราว 30 ถึง 60 m แล้วตั้งกล้องที่กึ่งกลางพอดี ค่าอ่านที่ A และ B ผิดไปเท่ากันคือ e เพราะระยะเท่ากัน เมื่อหาผลต่างระดับ ค่า e จึงหักล้างกัน
ΔHtrue = (a1 − e) − (b1 − e) = a1 − b1
ตำแหน่งกึ่งกลางไม่จำเป็นต้องอยู่บนแนวตรงระหว่างหมุดพอดี สิ่งสำคัญคือระยะถึงสองหมุดต้องเท่ากัน กล้องจึงตั้งเยื้องออกจากแนวได้ถ้ามีสิ่งกีดขวาง แต่ต้องวัดระยะทั้งสองข้างให้เท่ากันจริง และเลือกจุดที่มองเห็นไม้สต๊าฟทั้งสองอันได้ชัด
ทฤษฎี: ย้ายกล้องไปตั้งใกล้หมุดหนึ่ง หรือตั้งนอกแนวช่วง AB ระยะถึงสองหมุดจะต่างกัน ค่าความผิดที่สองหมุดจึงไม่เท่ากันอีกต่อไป ผลต่างระดับที่ได้ (a2 − b2) จะต่างจากค่าอ้างอิง และความคลาดเคลื่อนต่อหน่วยระยะคำนวณได้จาก
c = [(a2 − b2) − (a1 − b1)] / (DA2 − DB2)
เมื่อ DA2 และ DB2 คือระยะจากกล้องตำแหน่งที่สองถึงหมุด A และ B และมุมเอียงของเส้นเล็งคือ α″ ≈ c × ρ″
ถ้าพื้นที่แคบจนตั้งกล้องใกล้หมุดไม่ได้ ให้ตั้งนอกช่วง AB โดยต่อแนวออกไปด้านหลังหมุดหนึ่ง สูตรเดียวกันยังใช้ได้ เพราะสิ่งที่ต้องการคือผลต่างระยะถึงสองหมุดที่มากพอ ผลต่างระยะยิ่งมาก ค่า c ที่คำนวณได้ยิ่งเชื่อถือได้ เพราะความคลาดเคลื่อนจากการอ่านไม้สต๊าฟถูกหารด้วยตัวเลขที่ใหญ่ขึ้น
หลักการ: ISO 17123-2 อธิบายวิธีทดสอบภาคสนามของกล้องระดับ ทั้งแบบทดสอบอย่างง่ายและแบบเต็ม ส่วนเกณฑ์ยอมรับความคลาดเคลื่อนเส้นเล็งมักกำหนดโดยคู่มือผู้ผลิตหรือข้อกำหนดของโครงการ ซึ่งแปลงจากความผิดของค่าอ่านที่ยอมรับได้เป็นมุมได้ด้วยสูตร
α″max = (eallow / Dmax) × ρ″
ความถี่ในการทดสอบควรเพิ่มขึ้นเมื่อกล้องถูกขนส่งบ่อยหรือเคยตกกระแทก หลายทีมทำ Two-Peg Test ทุกครั้งที่เริ่มโครงการใหม่ และทำซ้ำเป็นระยะระหว่างโครงการที่ยาวหลายเดือน เมื่อเห็นว่าค่าขยับเข้าใกล้เกณฑ์ จะได้วางแผนปรับตั้งก่อนที่กล้องจะหลุดเกณฑ์กลางงาน
ทฤษฎี: การทดสอบนี้วัดความเอียงของเส้นเล็ง ณ ช่วงเวลานั้น แต่ไม่ได้ตรวจทุกส่วนของกล้อง ตัวชดเชยของกล้องระดับอัตโนมัติมีช่วงทำงาน (Working Range) ที่ผู้ผลิตมักระบุในช่วงประมาณ ±10′ ถึง ±15′ ถ้าฟองกลม (Circular Bubble) ไม่ได้ปรับ หรือตัวชดเชยติดขัด ค่าที่ได้จะไม่คงที่ระหว่างการตั้งกล้องแต่ละครั้ง