การควบคุมระดับในงานก่อสร้างถนนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ชั้นโครงสร้างทางมีความหนาถูกต้องตามแบบ ผิวทางเรียบสม่ำเสมอ และระบายน้ำได้ดี การใช้กล้องระดับ (Auto Level) จึงครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนปรับพื้นที่ดินเดิมไปจนถึงการปูผิวทางชั้นสุดท้าย
1. งานตัดดินและถมดิน (Cut & Fill / Subgrade)
- เป้าหมาย: ปรับระดับดินเดิมให้อยู่ในระดับคันทาง (Subgrade) ตามที่ออกแบบไว้
- วิธีการปฏิบัติ :
- ตั้งหมุดระดับอ้างอิง (TBM) ไว้ข้างแนวทางเป็นระยะๆ (ทุก $50 - 100$ เมตร)
- ถ่ายระดับลงบนหมุดผัง (Centerline & Shoulder Pegs) เพื่อทำสัญลักษณ์บอกระยะ Cut (ตัดดินออก) หรือ Fill (ถมดินเพิ่ม)
- ให้เครื่องจักร (Dozer/Grader) เกลี่ยดินจนได้ระดับตามสเกลสตาฟ ก่อนทำการบดอัด
2. งานชั้นรองพื้นทางและชั้นพื้นทาง (Subbase & Base Course)- เป้าหมาย: ควบคุมความหนาและความลาดเอียง (Cross Slope / Superelevation) ของชั้นหินคลุกหรือวัสดุมวลรวม
- วิธีการปฏิบัติ :
- ตั้งกล้องส่องอ่านค่าระดับบนหมุดข้างทาง และกำหนดระดับหลังหินคลุกก่อนบดอัด
- ตรวจสอบระดับความลาดเอียงคันทาง (Camber) ทั้งซ้าย-ขวาจากแนวศูนย์กลาง เพื่อให้น้ำไหลเข้าร่องน้ำข้างทางได้อย่างถูกต้อง
- เผื่อค่าการยุบตัวจากการบดอัด (Compactor) ตามประเภทของวัสดุ
3. งานชั้นผิวทางและงานเทยาง (Pavement & Asphalt/Concrete Layer)- เป้าหมาย: ควบคุมความหนาของชั้นผิวทางให้ได้ตามมาตรฐานและได้ผิวสัมผัสที่เรียบร้อย
- วิธีการปฏิบัติ:
- งานถนนคอนกรีต: ถ่ายระดับลงบนแบบข้าง (Formwork) หรือเหล็ก Dowel Bar ก่อนการเทคอนกรีต เพื่อให้ได้ความหนาและระดับหลังคอนกรีตตรงตามแบบ
- งานลาดยางแอสฟัลต์ (Asphalt Concrete): เช็กระดับความสูงของชั้นปูยาง ร่วมกับการจับระดับสายเอ็น (Stringline) อ้างอิงสำหรับรถปูยาง (Paver) ป้องกันปัญหาน้ำขังบนผิวจราจร