ขั้นตอนดูแล Total Station ในอากาศร้อนชื้น กันไอน้ำและราเข้ากล้อง

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขั้นตอนดูแล Total Station ในอากาศร้อนชื้น กันไอน้ำและราเข้ากล้อง

ประเทศไทยมีความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) สูงเกือบตลอดปี และช่วงฤดูฝนอาจสูงเกิน 80% ติดต่อกันหลายสัปดาห์ สภาพอากาศแบบนี้เป็นศัตรูโดยตรงของกล้อง Total Station เพราะภายในตัวกล้องมีทั้งชุดเลนส์ แผงวงจร หน้าสัมผัสแบตเตอรี่ และชุดวัดระยะ EDM ที่ไวต่อความชื้น ความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งเดียว แต่สะสมจากนิสัยเล็ก ๆ เช่น ปิดกล่องทั้งที่กล้องยังเปียก หรือยกกล้องจากรถที่เปิดแอร์ออกไปตั้งกลางแดดทันที ขั้นตอนต่อไปนี้เรียงตามวงจรการใช้งานหนึ่งวัน ทีมช่างสำรวจและผู้รับเหมาสามารถนำไปใช้เป็นมาตรฐานประจำทีมได้ทันที ใช้เวลาเพิ่มเพียงวันละไม่ถึง 10 นาที

1. ก่อนออกหน้างาน: ตรวจกล่อง สารดูดความชื้น และซีลกันน้ำ

ทฤษฎี: ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของกล้องระบุด้วยรหัส IP (Ingress Protection) ตามมาตรฐาน IEC 60529 ตัวเลขแรกหมายถึงการกันฝุ่น ตัวเลขที่สองหมายถึงการกันน้ำ Total Station รุ่นปัจจุบันของผู้ผลิตหลักมีระดับอยู่ในช่วง IP54 ถึง IP66 แต่ค่านี้ทดสอบกับกล้องที่ฝาแบตเตอรี่ ฝาช่องเสียบ USB หรือการ์ดหน่วยความจำ และซีลยาง (Rubber Seal) อยู่ในสภาพสมบูรณ์เท่านั้น ซีลที่แข็งกรอบหรือมีทรายติดจะทำให้ระดับการป้องกันจริงต่ำกว่าที่ระบุในสเปกมาก

Procedure:

  • เปิดกล่องตรวจสารดูดความชื้น (Silica Gel) ชนิดเปลี่ยนสี หากสีเปลี่ยนเกินครึ่งหนึ่งของซอง ให้นำไปอบไล่ความชื้นตามวิธีที่ระบุบนซองหรือเปลี่ยนซองใหม่
  • ตรวจซีลยางรอบฝาแบตเตอรี่ว่าไม่ฉีกขาด ไม่มีเม็ดทรายหรือเศษดิน แล้วปิดฝาช่องเชื่อมต่อทุกช่องให้สนิท
  • ตรวจตัวล็อกและขอบยางของกล่องเก็บกล้อง (Carrying Case) ว่าปิดได้แน่น ไม่หลวมคลอน

ข้อควรระวัง: อย่าทาจาระบีหรือน้ำมันทั่วไปบนซีลยาง เพราะสารบางชนิดทำให้ยางบวมและเสียรูป หากซีลเสื่อมควรเปลี่ยนด้วยอะไหล่ที่ตรงรุ่น

2. ขณะย้ายกล้องจากรถหรือห้องแอร์: ป้องกันไอน้ำควบแน่น

ทฤษฎี: ไอน้ำจะควบแน่นเป็นหยดน้ำเมื่อผิววัตถุเย็นกว่าจุดน้ำค้าง (Dew Point) ของอากาศรอบข้าง ค่าจุดน้ำค้างประมาณได้จากสูตร Magnus ดังนี้

α = ln(RH/100) + (a·T)/(b + T)
Td = (b·α)/(a − α)
โดย a = 17.62, b = 243.12 °C, T = อุณหภูมิอากาศ (°C), RH = ความชื้นสัมพัทธ์ (%)

ตัวอย่างหน้างานกลางวันที่ 32 °C ความชื้น 80% จะได้จุดน้ำค้างประมาณ 28 °C ถ้ากล้องเพิ่งออกจากรถที่เปิดแอร์ 25 °C ผิวกล้องจะเย็นกว่าจุดน้ำค้างราว 3 °C ไอน้ำจึงเกาะเลนส์ทันที และบางส่วนอาจเข้าไปเกาะด้านในตัวกล้องผ่านช่องระบายอากาศ

Procedure:

  • ยกกล่องออกมาวางในที่ร่มโดยยังไม่เปิดฝา ให้กล้องค่อย ๆ อุ่นขึ้นพร้อมกล่อง ไอน้ำจะเกาะที่ผิวกล่องด้านนอกแทนที่จะเกาะตัวกล้อง
  • ระยะเวลาปรับอุณหภูมิ (Acclimatization) คู่มือของผู้ผลิตรายใหญ่แนะนำราว 2 นาทีต่อความต่างอุณหภูมิ 1 °C กรณีตัวอย่างต่างกัน 7 °C จึงควรรอประมาณ 14 นาที ซึ่งยังช่วยให้ค่ามุมและระยะเสถียรขึ้นด้วย
  • เมื่อผิวกล้องไม่เย็นกว่าอากาศแล้วจึงเปิดกล่อง ประกอบกล้องเข้ากับขาตั้ง และเปิดฝาครอบเลนส์

ข้อควรระวัง: หากเลนส์เป็นฝ้า ห้ามใช้ผ้าเช็ดทันที ให้รอจนฝ้าระเหยเอง เพราะการเช็ดผิวเลนส์ขณะชื้นจะลากฝุ่นขูดชั้นเคลือบ (Coating) จนเป็นรอยถาวร

3. ระหว่างทำงาน: คุมความร้อน ฝน และค่าแก้บรรยากาศ

Spec: ช่วงอุณหภูมิใช้งาน (Operating Temperature) ของ Total Station จากผู้ผลิตหลักส่วนใหญ่อยู่ราว −20 °C ถึง +50 °C แต่ตัวกล้องที่ตากแดดตรงอาจร้อนกว่าอุณหภูมิอากาศอย่างมาก ผลที่ตามมาคือจอ LCD มืดหรืออ่านยาก แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว และขาตั้งด้านที่โดนแดดขยายตัวไม่เท่ากัน ทำให้ฟองระดับเลื่อนระหว่างวัน

Procedure:

  • กางร่มสนามบังกล้องตลอดเวลาที่ตั้งอยู่บนขาตั้ง และตรวจฟองระดับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bubble) ซ้ำทุก 1–2 ชั่วโมง หรือทุกครั้งหลังพักกลางวัน
  • ฝนตกปรอย ๆ กล้องที่ซีลสมบูรณ์ยังทำงานได้ แต่เมื่อฝนหนักควรหยุดงาน คลุมกล้องด้วยถุงคลุมกันฝน (Rain Cover) แล้วยกเข้าที่ร่มพร้อมขาตั้ง
  • อุณหภูมิและความกดอากาศเปลี่ยนตลอดวัน ควรป้อนค่าแก้บรรยากาศ (Atmospheric Correction) ใหม่เมื่ออากาศเปลี่ยนชัดเจน โดยประมาณ อุณหภูมิต่างไป 1 °C ทำให้ระยะคลาดราว 1 ppm หรือ 1 มม. ต่อระยะ 1 กม.

ข้อควรระวัง: อย่าทิ้งกล้องไว้บนขาตั้งกลางแดดช่วงพักเที่ยง และอย่าวางกล่องกล้องไว้ในรถที่ดับเครื่องปิดกระจกกลางแดด อุณหภูมิในห้องโดยสารอาจสูงเกินช่วงที่ผู้ผลิตกำหนดได้ง่าย

4. หลังเลิกงาน: เช็ด ผึ่งให้แห้ง แล้วค่อยปิดกล่อง

Procedure:

  • ปิดเครื่อง ถอดแบตเตอรี่ออก แล้วเช็ดตัวกล้องด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดและแห้ง
  • ทำความสะอาดเลนส์ตามลำดับ เริ่มจากเป่าฝุ่นด้วยลูกยางเป่าลม ตามด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ชุบแอลกอฮอล์บริสุทธิ์เล็กน้อย เช็ดวนจากกลางเลนส์ออกด้านนอก
  • หากกล้อง กล่อง หรือโฟมรองด้านในเปียก ให้วางทุกชิ้นในห้องที่อากาศถ่ายเทและเปิดกล่องผึ่งจนแห้งสนิท คู่มือของผู้ผลิตรายใหญ่บางรายระบุให้อบแห้งได้ที่อุณหภูมิไม่เกินราว 40 °C
  • ล้างเศษดินที่ฐานปรับระดับ (Tribrach) และสกรูยึดขาตั้ง แล้วเช็ดให้แห้งก่อนเก็บ

ข้อควรระวัง: การปิดกล่องทั้งที่ภายในยังชื้นเท่ากับสร้างห้องอบความชื้นให้เชื้อราภายในกล่อง ความชื้นที่ถูกขังไว้ข้ามคืนคือต้นเหตุหลักของราในชิ้นเลนส์

5. การจัดเก็บระยะยาวและการตรวจหลังเจอความชื้น

ทฤษฎี: เชื้อราบนชิ้นเลนส์เติบโตได้ดีเมื่อความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่าราว 70% ต่อเนื่อง ร่วมกับอุณหภูมิอุ่นและฝุ่นอินทรีย์ เมื่อราลุกลามจนกัดชั้นเคลือบแล้วจะเช็ดไม่ออก ต้องถอดล้างหรือเปลี่ยนชิ้นเลนส์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการป้องกันหลายเท่า

Procedure:

  • เก็บกล้องในตู้กันชื้น (Dry Cabinet) ที่ตั้งค่าความชื้นราว 40–50% RH หรือห้องปรับอากาศที่มีเครื่องลดความชื้น
  • ถอดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเก็บแยก รักษาระดับประจุตามคู่มือ ซึ่งผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำราว 40–60% สำหรับการเก็บนาน
  • นำกล้องออกมาเปิดเครื่องและหมุนกล้องทุกแกนทุก 2–4 สัปดาห์ เพื่อให้สารหล่อลื่นกระจายตัวและตรวจอาการผิดปกติตั้งแต่ต้น

Tolerance: หลังกล้องผ่านความชื้นหนักหรือเก็บนาน ควรทดสอบภาคสนามตามมาตรฐาน ISO 17123-5 (Simplified Test Procedure) เพื่อตรวจว่าค่ามุมและระยะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ผลิตระบุ หากผลเกินเกณฑ์ควรส่งสอบเทียบในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตาม ISO/IEC 17025

ข้อควรระวัง: อย่าแกะตัวกล้องเพื่อเช็ดราด้านในเอง เพราะชุดออปติกและแกนกล้องต้องประกอบและปรับตั้งใหม่ด้วยเครื่องมือเฉพาะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้