10 เทคนิคตั้งขาตั้งกล้องระดับให้มั่นคง ค่าระดับไม่เพี้ยนทั้งวัน

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 เทคนิคตั้งขาตั้งกล้องระดับให้มั่นคง ค่าระดับไม่เพี้ยนทั้งวัน

ในงานระดับ ค่าต่างระดับคำนวณจากสมการพื้นฐาน Δh = BS − FS คือค่าอ่านหลัง (Backsight) ลบค่าอ่านหน้า (Foresight) สมการนี้ถือว่าความสูงแนวเล็งคงที่ระหว่างการอ่านสองค่า ถ้าขาตั้งทรุด บิด หรือขยับเพียง 1 มม. ระหว่างนั้น ความคลาดเคลื่อน 1 มม. จะเข้าไปในผลโดยตรง และสะสมต่อทุกช่วงต่อ (Setup) ของสายระดับ การตั้งขาตั้ง (Tripod) ให้มั่นคงจึงเป็นทักษะพื้นฐานที่แยกช่างระดับมืออาชีพออกจากช่างที่ต้องวัดซ้ำบ่อย เทคนิคทั้ง 10 ข้อด้านล่างจัดเป็นสามกลุ่ม คือ การกางและตั้งขา การตั้งบนพื้นแต่ละแบบ และการควบคุมระหว่างวัด

1. กางขาและตั้งความสูงให้ถูกตั้งแต่แรก

เทคนิคที่ 1 – ตั้งความสูงหัวขาตั้งประมาณระดับคาง: เมื่อติดกล้องแล้วเลนส์ตาจะอยู่ระดับสายตาพอดี ช่างไม่ต้องก้มหรือเขย่งระหว่างอ่านค่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มือหรือลำตัวไปแตะขาตั้ง

เทคนิคที่ 2 – กางขาให้ได้ฐานกว้างพอ: รัศมีฐานของขาตั้งคำนวณได้จาก

R = L × sin θ

โดย L คือความยาวขาที่ยืดออก และ θ คือมุมของขาจากแนวดิ่ง ขายาว 1.5 ม. กางที่ประมาณ 25°–30° จะได้รัศมีฐานราว 0.63–0.75 ม. ฐานที่กว้างขึ้นทนแรงลมและแรงกระแทกได้ดีกว่า แต่ถ้ากางเกินไปขาจะไถลออกบนพื้นเรียบ

เทคนิคที่ 3 – ทำหัวขาตั้งให้ได้ระดับโดยประมาณก่อนติดกล้อง: ปรับความยาวขาจนแผ่นหัวขาตั้งเกือบได้ระดับด้วยสายตา แล้วจึงติดกล้องและใช้สกรูปรับระดับ (Foot Screw) เก็บส่วนที่เหลือ วิธีนี้ทำให้สกรูปรับระดับอยู่กลางช่วงใช้งาน และไม่ดันคอมเพนเซเตอร์ (Compensator) ไปใกล้ขอบช่วงชดเชย ซึ่งกล้องระดับอัตโนมัติรุ่นทั่วไปจากผู้ผลิตหลักมีช่วงอยู่ราว ±15′ ถึง ±30′

ข้อควรระวัง: ขันสกรูยึดกล้อง (Center Screw) ให้แน่นพอดีมือ ไม่ต้องขันจนสุดแรง เพราะจะทำให้ฐานกล้องบิดและเกลียวสึก

2. ตั้งให้เหมาะกับพื้นแต่ละแบบ

เทคนิคที่ 4 – ดินหรือหญ้า ต้องเหยียบปลายขาให้ถึงชั้นแน่น: เหยียบที่บ่าปลายขา (Tripod Shoe) ในแนวเดียวกับขา ไม่ใช่กดลงตรง ๆ แล้วลองกดที่หัวขาตั้งเบา ๆ หากยังจมเพิ่ม ให้เหยียบซ้ำหรือย้ายจุดตั้ง

เทคนิคที่ 5 – พื้นคอนกรีต กระเบื้อง หรือพื้นขัดมัน ต้องกันขาไถล: ใช้ตัวยึดขาแบบสามแฉก (Tripod Star) หรือโซ่รั้งขา หรือวางปลายขาในร่องรอยต่อพื้น ขาที่ค่อย ๆ ไถลออกทีละน้อยจะทำให้กล้องต่ำลงเรื่อย ๆ โดยฟองระดับยังดูปกติ

เทคนิคที่ 6 – พื้นลาด ให้ขาหนึ่งอยู่ด้านบนลาด: วางขาหนึ่งขึ้นเนิน อีกสองขาอยู่ด้านล่าง แล้วยืดขาด้านล่างให้ยาวกว่า รูปแบบนี้ให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ในฐานสามเหลี่ยม และช่างยืนระหว่างขาสองข้างด้านล่างได้โดยไม่เหยียบขา

เทคนิคที่ 7 – ยางมะตอยช่วงแดดจัด ต้องใช้แผ่นรองปลายขา: ผิวยางมะตอยอ่อนตัวเมื่อร้อน ปลายขาแหลมจะค่อย ๆ จมลงระหว่างอ่านค่า แผ่นรองโลหะหรือไม้แข็งช่วยกระจายน้ำหนัก และควรอ่านค่าให้เร็วขึ้นในช่วงบ่าย

3. ควบคุมขาตั้งระหว่างการวัด

เทคนิคที่ 8 – ห้ามยืนคร่อมขาหรือจับขาตั้งขณะอ่านค่า: ยืนระหว่างขาสองข้าง แตะเฉพาะสกรูโฟกัสและสกรูหมุนละเอียด หลีกเลี่ยงการวางมือหรือพิงขาตั้ง แม้แรงเล็กน้อยก็ทำให้หัวขาตั้งเลื่อนได้หลายสิบวินาทีของมุม

เทคนิคที่ 9 – กางร่มคลุมทั้งกล้องและขาตั้ง: แดดที่ส่องขาข้างเดียวทำให้ขายืดไม่เท่ากัน โดยเฉพาะขาอลูมิเนียม ร่มยังลดคลื่นความร้อนหน้าเลนส์และช่วยให้อ่านไม้สต๊าฟ (Leveling Staff) ได้ชัดขึ้น

เทคนิคที่ 10 – ตรวจฟองระดับก่อนอ่านทุกค่า และสลับลำดับการอ่าน: ดูฟองระดับวงกลม (Circular Bubble) ก่อนอ่าน BS และก่อนอ่าน FS ทุกครั้ง ในงานระดับละเอียดให้สลับลำดับเป็น BS-FS ในช่วงต่อหนึ่ง และ FS-BS ในช่วงต่อถัดไป เพื่อให้ผลของการทรุดตัวที่เกิดสม่ำเสมอหักล้างกัน

ข้อควรระวังเพิ่มเติม: เมื่อย้ายจุดตั้งกล้องระหว่างช่วงต่อ ให้ปลดกล้องออกหรืออุ้มขาตั้งในแนวตั้งโดยให้กล้องอยู่ด้านบน ห้ามแบกขาตั้งพาดบ่าขณะติดกล้องไว้ เพราะแรงกระแทกเมื่อเดินผ่านพื้นขรุขระจะส่งไปที่คอมเพนเซเตอร์และสกรูยึดโดยตรง ระหว่างรอไม้สต๊าฟย้ายจุด ก็ไม่ควรปล่อยขาตั้งที่ติดกล้องไว้โดยไม่มีคนเฝ้าในพื้นที่ที่มีรถหรือเครื่องจักรผ่าน เพราะแรงสั่นจากเครื่องจักรหนักทำให้ขาตั้งทรุดเพิ่มได้แม้ไม่มีใครแตะต้อง

4. เกณฑ์ตรวจว่าขาตั้งนิ่งพอหรือไม่

Procedure: หลังตั้งกล้องแล้ว เล็งไม้สต๊าฟจุดหนึ่ง อ่านค่า รอประมาณ 1–2 นาที แล้วอ่านซ้ำโดยไม่แตะกล้อง ถ้าค่าที่อ่านเปลี่ยน แสดงว่าขาตั้งยังทรุดหรือเลื่อน ต้องแก้ก่อนเริ่มงาน

Tolerance: สำหรับงานระดับชั้นที่สามตามข้อกำหนดของ FGCS ค่าปิดวงระดับที่ยอมรับได้อยู่ราว 12 มม.√K (K = ระยะทางเป็นกิโลเมตร) สายระดับยาว 1 กม. ที่มี 10–15 ช่วงต่อ หากแต่ละช่วงต่อมีการทรุดสะสมเพียง 0.5–1 มม. ก็ใช้เกณฑ์นี้ไปเกือบหมดแล้ว โดยยังไม่รวมความคลาดเคลื่อนจากการอ่านไม้สต๊าฟ

การบันทึกผล: ควรจดเวลาที่อ่าน BS และ FS ลงในสมุดสนาม (Field Book) ทุกช่วงต่อ เมื่อพบว่าค่าปิดวงเกินเกณฑ์ ข้อมูลเวลาจะช่วยให้เห็นว่าช่วงต่อใดใช้เวลานานผิดปกติ ซึ่งมักเป็นช่วงที่ขาตั้งมีโอกาสทรุดตัวมากที่สุด ทำให้เลือกวัดซ้ำเฉพาะช่วงนั้นได้โดยไม่ต้องเดินระดับใหม่ทั้งสาย

มาตรฐานอ้างอิง: ISO 12858-2 กำหนดคุณลักษณะของขาตั้งสำหรับกล้องสำรวจ ส่วน ISO 17123-2 ซึ่งใช้ทดสอบความเที่ยงของกล้องระดับในสนาม ก็ต้องอาศัยขาตั้งที่มั่นคงเช่นกัน หากขาตั้งไม่นิ่ง ผลทดสอบจะสะท้อนปัญหาของขาตั้งมากกว่าของกล้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้