Last updated: 21 ก.ย. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ทฤษฎี: การวัดความสูงด้วยตรีโกณมิติ (Trigonometric Heighting) อาศัยรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มีระยะราบ (horizontal distance) เป็นด้านประชิด และผลต่างระดับเป็นด้านตรงข้ามมุมดิ่งที่วัดได้ ความสูงของจุดเป้าเหนือหมุดที่ตั้งกล้องจึงคำนวณได้จาก
H = hi + D × tan α
เมื่อ H คือความสูงของเป้าเหนือหมุด, hi คือความสูงของแกนหมุนกล้องเหนือหมุด (instrument height), D คือระยะราบจากกล้องถึงแนวดิ่งของเป้า และ α คือมุมเงย (vertical angle) ที่อ่านได้
Spec ที่ควรรู้: กล้องวัดมุมที่จำหน่ายในกลุ่มงานก่อสร้างและงานรังวัดทั่วไป มีความละเอียดเชิงมุม (angular accuracy) ตามที่ผู้ผลิตประกาศอยู่ในช่วงประมาณ 1 ถึง 7 ฟิลิปดา ส่วนกำลังขยายกล้องเล็งอยู่ในช่วงราว 26 ถึง 30 เท่า ตัวเลขทั้งสองมีผลโดยตรงต่อความคลาดเคลื่อนของความสูงที่คำนวณได้
ข้อควรระวัง: สูตรข้างต้นใช้ได้เมื่อ D เป็นระยะราบจริง ไม่ใช่ระยะลาด (slope distance) หากอ่านระยะจากเครื่องวัดระยะที่ให้ค่าระยะลาด ต้องแปลงเป็นระยะราบด้วย D = S × cos α ก่อนเสมอ ความสับสนของสองค่านี้คือสาเหตุของความคลาดเคลื่อนระดับเดซิเมตรที่พบบ่อยที่สุดในงานลักษณะนี้
ขั้นตอน:
เกณฑ์ยอมรับ: ค่าความสูงกล้องควรวัดซ้ำสองครั้งให้ต่างกันไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ส่วนระยะราบหากใช้เทปวัดควรทำสองเที่ยวไป-กลับ และยอมรับผลต่างไม่เกิน 1 ส่วนใน 3,000 ของระยะ
ข้อควรระวัง: จุดที่ตั้งเทปต้องอยู่ในแนวดิ่งเดียวกับเป้าที่เล็ง ไม่ใช่ผิวผนังด้านนอก อาคารที่มีบัวหรือกันสาดยื่นออกมาทำให้ระยะราบคลาดไปได้หลายสิบเซนติเมตรโดยไม่รู้ตัว
ขั้นตอน:
สูตรเฉลี่ยมุมดิ่งที่ตัดค่าคลาดเคลื่อนดัชนีแนวดิ่ง (vertical index error) ออกแล้วคือ
V = [VL + (360° − VR)] / 2
เกณฑ์ยอมรับ: ผลต่างของ VL กับ (360° − VR) คือค่าดัชนีแนวดิ่งสองเท่า ควรมีค่าสัมบูรณ์ไม่เกินราว 2 ถึง 3 เท่าของความละเอียดเชิงมุมที่ผู้ผลิตประกาศ กล้อง 5 ฟิลิปดา จึงควรได้ผลต่างไม่เกินประมาณ 10 ถึง 15 ฟิลิปดา หากเกินกว่านี้ให้หยุดและตรวจสอบกล้องก่อน วิธีทดสอบภาคสนามที่ใช้อ้างอิงเกณฑ์นี้เป็นชุดเดียวกับที่กำหนดไว้ใน ISO 17123-3 สำหรับความถูกต้องเชิงมุมของกล้องวัดมุม
ข้อควรระวัง: การอ่านเพียงหน้ากล้องเดียวแล้วนำไปคำนวณคือทางลัดที่แลกมาด้วยความคลาดเคลื่อนที่ไม่มีวันตรวจพบ เพราะค่าดัชนีแนวดิ่งเป็นความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ (systematic error) ที่เอนไปทางเดียวเสมอ ไม่หักล้างกันเองแม้วัดซ้ำหลายรอบ
ทฤษฎี: หน้างานจริงมักมีรั้ว คูน้ำ หรือพื้นที่ของผู้อื่นขวางอยู่จนวัดระยะถึงฐานเป้าไม่ได้ กรณีนี้ให้ตั้งกล้องสองจุดบนแนวเส้นตรงเดียวกันที่ผ่านเป้า วัดเฉพาะระยะฐาน b ระหว่างสองจุด แล้วอ่านมุมเงย α1 จากจุดใกล้ และ α2 จากจุดไกล ความสูงคำนวณได้จาก
H = b / (cot α2 − cot α1) + hi
ขั้นตอน: สเต็ปที่ 6 ยึดความสูงกล้องให้เท่ากันทั้งสองจุด วัดระยะฐาน b สองเที่ยว และอ่านมุมทั้งสองจุดแบบสองหน้ากล้องเช่นเดิม
เกณฑ์ยอมรับ: ระยะฐานควรยาวไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความสูงที่ต้องการวัด เพราะผลต่างของ cot α ที่น้อยเกินไปทำให้ตัวหารเล็กและความคลาดเคลื่อนถูกขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อควรระวัง: สองจุดตั้งกล้องต้องอยู่ในแนวเดียวกับเป้าจริง ๆ ถ้าแนวเบี่ยงไป ค่าที่ได้จะเกินความเป็นจริงเสมอ วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือเล็งจากจุดไกลผ่านจุดใกล้ แล้วดูว่าเป้ายังอยู่บนเส้นใยดิ่งเดียวกันหรือไม่
ทฤษฎี: ความคลาดเคลื่อนของความสูงมาจากสองทางคือระยะและมุม รวมกันแบบกำลังสองตามการแผ่ของความคลาดเคลื่อน (error propagation)
σH² = (tan α × σD)² + (D × sec²α × σα)²
โดย σα ต้องแปลงเป็นเรเดียนก่อนแทนค่า
ขั้นตอน: สเต็ปที่ 7 แทนค่าความละเอียดเชิงมุมของกล้องที่ใช้จริง และความคลาดเคลื่อนของระยะที่วัดได้ เพื่อดูว่าผลลัพธ์อยู่ในเกณฑ์ที่งานต้องการหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ระยะราบ 30 เมตร มุมเงย 45 องศา กล้อง 5 ฟิลิปดา และระยะคลาดเคลื่อน 5 มิลลิเมตร จะให้ความคลาดเคลื่อนของความสูงในระดับไม่กี่มิลลิเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับงานอาคารทั่วไป
เกณฑ์ยอมรับ: งานตรวจสอบความสูงอาคารและงานควบคุมการก่อสร้างทั่วไป ยอมรับความคลาดเคลื่อนในระดับ 1 ส่วนใน 5,000 ของความสูงที่วัด ส่วนงานที่ต้องส่งมอบเป็นเอกสารรับรอง ควรใช้กล้องที่มีผลสอบเทียบย้อนกลับได้ตามแนวทาง ISO/IEC 17025 และเก็บใบรับรองแนบไปกับผลการวัด
ข้อควรระวัง: เมื่อระยะราบเกินประมาณ 200 เมตร ความโค้งของโลกและการหักเหของแสง (curvature and refraction) เริ่มมีผลอย่างมีนัยสำคัญ ต้องบวกค่าแก้ประมาณ 0.0675 × D² เมื่อ D เป็นกิโลเมตรและผลลัพธ์เป็นเมตร การละเลยค่านี้ทำให้ความสูงที่ได้ต่ำกว่าความจริงเสมอ
การวัดความสูงด้วยตรีโกณมิติไม่ได้ยากที่สูตร แต่ยากที่วินัยสามข้อ คือแยกระยะราบออกจากระยะลาดให้ชัด อ่านมุมสองหน้ากล้องทุกครั้ง และเลือกตำแหน่งตั้งกล้องให้มุมเงยอยู่ในช่วงกลาง แทนที่จะยืนชิดตัวอาคารแล้วแหงนกล้องเกือบตั้งฉาก สามข้อนี้ลดความคลาดเคลื่อนได้มากกว่าการเปลี่ยนไปใช้กล้องที่ละเอียดกว่าเสียอีก
ข้อสังเกตที่ควรจดจำคือ ความคลาดเคลื่อนของงานลักษณะนี้โตเร็วตามระยะ เพราะพจน์ D × sec²α ในสูตรการแผ่ของความคลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นทั้งจากระยะและจากมุมพร้อมกัน การยืนไกลขึ้นเพื่อให้เห็นยอดสบายตาจึงต้องแลกด้วยความแม่นยำที่ลดลง
หากตรวจสองหน้ากล้องแล้วพบว่าค่าดัชนีแนวดิ่งเกินเกณฑ์ซ้ำหลายครั้ง หรือค่าที่อ่านได้ในแต่ละรอบกระจายกว้างผิดปกติ นั่นเป็นสัญญาณว่ากล้องเลื่อนจากค่าตั้งต้นแล้ว และควรส่งสอบเทียบเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนนำไปใช้กับงานที่ต้องรับรองผล กล้องสำรวจศูนย์รังสิต ให้บริการสอบเทียบกล้องวัดมุม กล้องระดับ และกล้องประมวลผลรวม พร้อมออกรายงานผลการตรวจ รวมถึงงานซ่อม จำหน่าย และให้เช่าเครื่องมือสำรองระหว่างรอผล เพื่อให้งานหน้าไซต์เดินต่อได้โดยไม่ต้องหยุดรอ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
▪ กล้องสำรวจศูนย์รังสิต (รังสิตคลอง 2)
◆ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▪ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์ โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
◎ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
✧ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
☎ 02-181-6844
◉ https://www.xn--12cmad0ewa7dfdoynwi8a3ej0cxf0pqcn.com/
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #วัดความสูงอาคาร #ตรีโกณมิติงานสำรวจ #มุมดิ่ง #สอบเทียบกล้องวัดมุม