วิธี Stake Out จุดเดี่ยวด้วย Total Station ทำตามได้ใน 5 ขั้นตอน

Last updated: 18 ส.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธี Stake Out จุดเดี่ยวด้วย Total Station ทำตามได้ใน 5 ขั้นตอน

งานกำหนดตำแหน่งออกสู่สนาม (Stake Out หรือ Setting Out) ต่างจากงานเก็บข้อมูล (Data Collection) ตรงทิศทางการไหลของค่าพิกัด งานเก็บข้อมูลคือการอ่านสภาพจริงเข้าสู่กล้อง ส่วน Stake Out คือการนำตัวเลขที่ผู้ออกแบบกำหนดไว้ออกไปตรึงลงบนพื้นดิน ความผิดพลาดในงานแรกยังกลับมาแก้ในสำนักงานได้ แต่ความผิดพลาดในงานหลังกลายเป็นเสาที่หล่อผิดแนว หรือแนวท่อที่ต้องทุบรื้อ ต่อไปนี้คือลำดับการทำงานที่ใช้ได้กับหมุดเดี่ยวทุกประเภท

1. ตรวจระบบพิกัดและเตรียมข้อมูลก่อนออกจากออฟฟิศ

ค่าพิกัดในแบบก่อสร้างกับหมุดควบคุม (Control Point) ที่หน้างานต้องอยู่บนระบบเดียวกัน หากแบบเขียนบนพิกัดสมมติ (Assumed Coordinate) ที่ตั้งศูนย์ไว้ที่มุมอาคาร แต่หมุดหน้างานรังวัดมาบนระบบ UTM Zone 47N ค่าที่ปักได้จะเลื่อนยกชุดโดยกล้องไม่แจ้งเตือนอะไรเลย

ขั้นตอน: ส่งออกไฟล์พิกัดเป็น .csv ตามรูปแบบ Point, Northing, Easting, Elevation, Code โหลดเข้ากล้อง แล้วพิมพ์สำเนากระดาษติดตัวไว้หนึ่งชุดเสมอ จากนั้นเลือกหมุดควบคุมสองตัวที่จะใช้จริง คำนวณระยะราบระหว่างหมุดจากค่าในแบบ แล้วเทียบกับระยะที่วัดได้ด้วยกล้องในสนาม

เกณฑ์ยอมรับ: ผลต่างของสองระยะไม่ควรเกินอัตราส่วน 1:10,000 หรือราว 10 มิลลิเมตรต่อระยะ 100 เมตร ถ้าเกินให้หยุดปักหมุดไว้ก่อน แล้วย้อนตรวจว่าหมุดตัวใดถูกรถบดทับหรือถูกย้าย

ข้อควรระวัง: อย่าใช้หมุดที่ไม่มีประวัติการรังวัด หมุดคอนกรีตเก่าที่ไม่มีใครยืนยันที่มาได้ เป็นต้นเหตุของการรื้อฐานรากบ่อยกว่าตัวกล้องเสียเอง

2. ตั้งกล้องเหนือหมุดให้ศูนย์นิ่งจริง

ความคลาดเคลื่อนของการตั้งศูนย์ (Centering Error) ไม่ได้หายไปไหน มันแปลงตัวเป็นความคลาดเคลื่อนเชิงมุมที่แปรผกผันกับระยะเล็ง ตามความสัมพันธ์

eθ = (ec ÷ D) × ρ เมื่อ ρ = 206,265 พิลิปดา

หากตั้งศูนย์พลาดไป 1 มิลลิเมตร แล้วเล็งเป้าที่ระยะ 50 เมตร ความคลาดเคลื่อนเชิงมุมจะเท่ากับ 4.1 พิลิปดา มากกว่าความละเอียดของกล้องชั้น 2 พิลิปดาถึงสองเท่า ตั้งกล้องหยาบหนึ่งมิลลิเมตร กล้องแม่นระดับพิลิปดาก็ไม่ช่วยอะไร

ขั้นตอน: กางขากล้องให้หัวขาอยู่ในระนาบราบก่อน กดขาลงให้แน่นสามด้าน ปรับ optical หรือ laser plummet ให้ตรงหมุด ปรับฟองกลมด้วยการยืด-หดขา แล้วจึงปรับฟองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bubble) ด้วยสกรูสามตัว วนกลับไปตรวจ plummet ซ้ำ สลับกันจนทั้งสองอย่างนิ่งพร้อมกัน

สเปกอ้างอิง: ระบบตั้งศูนย์แบบแสงหรือเลเซอร์ของผู้ผลิตหลักให้ความแม่นยำในช่วง ±0.5 ถึง ±1.5 มิลลิเมตร ที่ความสูงกล้อง 1.5 เมตร ส่วนคอมเพนเซเตอร์สองแกน (Dual-axis Compensator) ทำงานในช่วงเอียงราว ±3 ถึง ±6 ลิปดา

ข้อควรระวัง: หมุนกล้องรอบแกนดิ่ง 180 องศาแล้วดูจุดเลเซอร์อีกครั้ง ถ้าจุดขยับแปลว่าแกนตั้งศูนย์เยื้อง ต้องส่งปรับแก้ ไม่ใช่เดาเฉลี่ยกลางเอาที่หน้างาน

3. ตั้งสถานีและยิงตรวจ Backsight ก่อนเชื่อกล้อง

ขั้นตอน: ป้อนพิกัดสถานี ความสูงกล้อง (Instrument Height) และเลือก Backsight ด้วยวิธี Coordinate เพราะกล้องจะคำนวณอะซิมุทให้เอง ลดโอกาสพิมพ์มุมผิด เมื่อกล้องรับค่าแล้ว ให้ยิงกลับไปที่เป้า Backsight อีกครั้งเป็น Check Shot แล้วเทียบกับค่าในแบบ

เกณฑ์ยอมรับ: ผลต่างระยะราบไม่ควรเกิน 5 มิลลิเมตร และผลต่างของค่าพิกัดที่คำนวณกลับไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ของงานนั้น มาตรฐาน ISO 17123-5 กำหนดวิธีทดสอบสมรรถนะของ Total Station ในสนามไว้ชัดเจน ผลทดสอบตามวิธีนี้คือหลักฐานเชิงตัวเลขที่ใช้ยืนยันกับผู้ควบคุมงานได้ ส่วนความคลาดเคลื่อนเชิงมุมของตัวกล้องใช้แนวทางตาม ISO 17123-3

ข้อควรระวัง: อย่าใช้ Backsight ที่ระยะสั้นกว่าจุดที่จะปักมาก ๆ ถ้าเป้าอ้างอิงอยู่ห่าง 15 เมตร แต่จุดที่ต้องปักอยู่ห่าง 120 เมตร ความคลาดเคลื่อนของการเล็งจะถูกขยายตามระยะ ด้วยหลักการเดียวกับข้อ 2

4. ป้อนจุดออกแบบและคำนวณค่านำทาง

กล้องคำนวณสองค่าให้อัตโนมัติ แต่การรู้ที่มาช่วยให้จับผิดค่าที่ผิดปกติได้เร็ว หากสถานีอยู่ที่ (Ns, Es) และจุดออกแบบอยู่ที่ (Np, Ep) จะได้

อะซิมุท: α = arctan[(Ep − Es) ÷ (Np − Ns)]
ระยะราบ: HD = √[(Ep − Es)² + (Np − Ns)²]

โดยต้องดูจตุภาค (Quadrant) ของผลต่างทั้งสองเพื่อเติมค่า 180 หรือ 360 องศาให้ถูก ค่าที่ได้จะแสดงบนหน้าจอเป็น dHA คือมุมที่ต้องหมุนกล้อง และ dHD คือระยะที่ต้องขยับไม้ปริซึมเข้าหรือออก

สเปกอ้างอิง: ความแม่นยำของ EDM เมื่อยิงเข้าปริซึมของผู้ผลิตหลักอยู่ในช่วง ±(1 ถึง 2 มิลลิเมตร + 1.5 ถึง 2 ppm × ระยะทาง) ที่ระยะ 150 เมตร ความไม่แน่นอนส่วนนี้จึงอยู่ราวหนึ่งถึงสองมิลลิเมตรเศษ เล็กกว่าความคลาดเคลื่อนจากไม้ปริซึมเอียงเสียอีก

ข้อควรระวัง: ตรวจค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant) ทุกครั้งที่เปลี่ยนชุดปริซึม ค่าที่พบบ่อยคือ 0, −17.5 และ −30 มิลลิเมตร ตั้งผิดค่าเดียวคือระยะเพี้ยนทั้งวันโดยหน้าจอไม่ฟ้องอะไร

5. เดินหาจุด ตอกหมุด แล้วตรวจซ้ำทันที

ขั้นตอน: หมุนกล้องจน dHA เข้าใกล้ศูนย์ ล็อกสกรูราบ แล้วให้คนถือไม้เดินตามแนวเล็งเข้า-ออกตามค่า dHD จนเข้าเกณฑ์ทั้งสองค่า ตอกหมุดลง แล้วยิงซ้ำที่หัวหมุดเป็นค่าที่ปักได้จริง (As-staked) นำมาเทียบกับค่าออกแบบด้วยความคลาดเคลื่อนเชิงรัศมี

Δ = √[(Em − Ed)² + (Nm − Nd)²]

เกณฑ์ยอมรับ: งานตำแหน่งเสาและกริดไลน์ของอาคารมักกำหนด Δ ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร งานขอบเขตและงานภูมิทัศน์ทั่วไปยอมรับได้ถึง 10 มิลลิเมตร โดยยึดข้อกำหนดเฉพาะของโครงการเป็นหลัก แนวทางควบคุมคุณภาพงานสำรวจก่อสร้างของ USACE EM 1110-1-1005 ระบุหลักการเดียวกันว่า ทุกจุดที่ปักต้องมีค่าตรวจสอบกลับ

ข้อควรระวัง: เมื่อปักครบทุกจุดแล้ว ให้ยิงกลับไปที่หมุดควบคุมตัวที่สามซึ่งไม่ได้ใช้เป็น Backsight เป็นการปิดงาน ถ้าค่ายังตรงแปลว่ากล้องไม่ได้ขยับระหว่างวัน ถ้าเพี้ยนก็ต้องรื้อผลงานช่วงหลังมาทำใหม่ ซึ่งยังดีกว่ารู้ตอนเทคอนกรีตไปแล้ว

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้