Last updated: 16 ก.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ในงานถ่ายระดับ (Leveling) ที่เดินเป็นวงรอบปิด (Closed Loop) ค่าระดับที่คำนวณได้เมื่อวนกลับมายังหมุดเริ่มต้นมักไม่เท่ากับค่าเดิมเป๊ะ ผลต่างนี้เรียกว่าค่าคลาดเคลื่อนบรรจบ (Misclosure หรือ Closure Error) ซึ่งเกิดจากความคลาดเคลื่อนสะสมของการอ่านไม้สต๊าฟ การทรุดตัวของขาตั้ง และความคลาดเคลื่อนเชิงเครื่องมือ หลักการ Compass Rule หรือ Bowditch Rule เป็นวิธีมาตรฐานในการกระจายค่าคลาดเคลื่อนนี้กลับเข้าสู่ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ค่าระดับสุดท้ายมีความสอดคล้องกันทั้งวงรอบ
Compass Rule ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นแบบสุ่ม (Random Error) และมีสัดส่วนโดยตรงกับระยะทางหรือจำนวนช่วงตั้งกล้อง (Setup) ในแต่ละส่วนของวงรอบ กล่าวคือ ยิ่งช่วงใดมีระยะทางไกลหรือจำนวนการอ่านมาก ก็ยิ่งมีโอกาสสะสมความคลาดเคลื่อนมากตามไปด้วย การกระจายค่าจึงถ่วงน้ำหนักตามระยะทาง (Distance-weighted) ต่างจาก Transit Rule ที่ถ่วงตามค่าพิกัด
ค่าปรับแก้ (Correction) ของแต่ละสถานีคำนวณจากสูตร:
Ci = −E × (di / Σd)
โดยที่ Ci คือค่าปรับแก้ ณ ช่วงที่ i, E คือค่าคลาดเคลื่อนบรรจบรวม (Total Misclosure), di คือระยะทางของช่วงที่ i และ Σd คือระยะทางรวมทั้งวงรอบ เครื่องหมายลบแสดงว่าค่าปรับแก้มีทิศทางตรงข้ามกับความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น
ข้อควรระวัง: Compass Rule เหมาะกับกรณีที่คุณภาพการวัดสม่ำเสมอตลอดวงรอบ หากช่วงใดใช้เทคนิคต่างกันหรือสภาพพื้นดินต่างกันมาก การถ่วงด้วยระยะทางอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนความจริง ควรพิจารณาวิธี Least Squares Adjustment ประกอบ
ขั้นตอนการประยุกต์ Compass Rule ในงานระดับมีลำดับดังนี้ (1) รวมค่าความต่างระดับ (Elevation Difference) ทุกช่วงเพื่อหาค่าคลาดเคลื่อนบรรจบ E ซึ่งในวงรอบปิดตามทฤษฎีควรเป็นศูนย์ (2) บันทึกระยะทาง di ของแต่ละช่วง และหาผลรวม Σd (3) คำนวณค่าปรับแก้ Ci ตามสูตรข้างต้น (4) นำค่าปรับแก้ไปบวกสะสม (Cumulative) เข้ากับค่าระดับที่วัดได้แต่ละหมุด
Tolerance/Spec: เกณฑ์ยอมรับค่าคลาดเคลื่อนบรรจบสำหรับงานระดับทั่วไปมักอ้างอิงในรูป Emax = k√K โดย K คือระยะทางรวมเป็นกิโลเมตร มาตรฐาน USACE EM 1110-1-1005 และแนวปฏิบัติของ FGCS กำหนดค่า k ตามชั้นงาน (Order) เช่น งานก่อสร้างทั่วไป (Third Order) มักใช้ค่าราว 12 มิลลิเมตรต่อ √K ขณะที่งานความแม่นยำสูงจะเข้มงวดกว่านี้มาก หากค่าคลาดเคลื่อนเกินเกณฑ์ ห้ามนำ Compass Rule มากลบเกลื่อน แต่ต้องเดินระดับซ้ำ
สมมติวงรอบระดับมี 4 ช่วง ระยะทางรวม 1,000 เมตร และวัดค่าคลาดเคลื่อนบรรจบได้ +20 มิลลิเมตร ช่วงแรกยาว 400 เมตร ค่าปรับแก้จะเท่ากับ −20 × (400/1000) = −8 มิลลิเมตร ช่วงที่ยาวกว่าจะได้รับค่าปรับแก้มากกว่าตามสัดส่วน เมื่อกระจายครบทุกช่วง ผลรวมของค่าปรับแก้จะเท่ากับ −20 มิลลิเมตรพอดี ทำให้วงรอบบรรจบสมบูรณ์
ข้อควรระวัง: ค่าปรับแก้ที่กระจายแล้วเป็นเพียงการเกลี่ยความคลาดเคลื่อนแบบสุ่ม ไม่สามารถแก้ความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ (Systematic Error) เช่น เส้นเล็งไม่ได้ระดับ (Collimation Error) ได้ ดังนั้นการรักษาสมดุลระยะ Backsight-Foresight และการสอบเทียบเครื่องมือก่อนงานจึงสำคัญยิ่งกว่าการปรับแก้ทางคณิตศาสตร์
คุณภาพของการกระจายค่าขึ้นกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลดิบ ปัจจัยหลักได้แก่ ความสมดุลของระยะเล็งหน้า-หลัง การอ่านไม้สต๊าฟที่ปราศจาก Parallax และที่สำคัญคือสภาพของกล้องระดับเอง หากคอมเพนเซเตอร์ (Compensator) ทำงานผิดปกติ หรือค่า Collimation คลาดเคลื่อน ค่าคลาดเคลื่อนที่ได้จะเป็นเชิงระบบซึ่ง Compass Rule ไม่สามารถชดเชยได้ การทำ Two-Peg Test เป็นประจำจึงเป็นแนวปฏิบัติที่ควรทำควบคู่กัน