Last updated: 15 ก.ค. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
ในงานถ่ายระดับ (Leveling) ค่าที่อ่านได้จะแม่นยำเพียงใดขึ้นอยู่กับความนิ่งของกล้องเป็นสำคัญ และความนิ่งนั้นเริ่มจากขาตั้งกล้อง (Tripod) ที่เลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพงาน คำถามคลาสสิกคือควรใช้ขาไม้ (Wooden Tripod) หรือขาอลูมิเนียม (Aluminium Tripod) ดี บทความนี้รวบรวมเทคนิคเชิงเปรียบเทียบและการใช้งานจริงเพื่อให้เลือกและใช้ขาตั้งได้อย่างมืออาชีพ
ขาไม้มีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อน (Thermal Expansion) ต่ำและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี จึงนิยมในงานระดับความละเอียดสูง ส่วนขาอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ทนความชื้น และราคาย่อมเยากว่า เหมาะกับงานทั่วไปและงานที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย
กล้องระดับ (Auto Level) ส่วนใหญ่ใช้หัวขาแบบแบน (Flat Head) พร้อมเกลียวยึดมาตรฐาน 5/8 นิ้ว x 11 TPI ตรวจสอบให้เกลียวและขนาดหัวขาตรงกับฐานกล้องก่อนซื้อเสมอ
ข้อต่อขาที่หลวมคือสาเหตุอันดับต้นของค่าระดับที่เลื่อนไหล ก่อนใช้งานควรบีบทดสอบว่าขาไม่โยกและสลักล็อก (Clamp) ยึดแน่น
การทรุดของขาระหว่างการวัดจะเพิ่มความคลาดเคลื่อนสะสมของสายระดับ (Level Line) โดยตรง ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของงานระดับมักกำหนดในรูป:
E = C × √K
โดย E คือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ (Allowable Misclosure), K คือระยะทางรวมของสายระดับหน่วยกิโลเมตร และ C คือค่าคงที่ตามชั้นงาน หากขาตั้งไม่นิ่งจะทำให้ค่าที่วัดได้เกินเกณฑ์ E ได้ง่าย
บนพื้นแข็งควรใช้ปลายขาแหลม (Spike) ส่วนบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นเรียบให้ใช้ยางรองปลายขาเพื่อกันลื่น พื้นนิ่มหรือทรายควรกดปลายขาให้ลึกและตรวจซ้ำหลังตั้งกล้อง