ตั้งค่าและใช้งาน Robotic Total Station: คู่มือ 5 ขั้นตอนสำหรับงานสำรวจ

Last updated: 9 ก.ค. 2569  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตั้งค่าและใช้งาน Robotic Total Station: คู่มือ 5 ขั้นตอนสำหรับงานสำรวจ

Robotic Total Station (กล้องประมวลผลรวมแบบอัตโนมัติ) คือกล้องที่มีระบบมอเตอร์หมุนกล้องเองและระบบติดตามเป้า (Automatic Target Recognition – ATR) ทำให้ช่างสำรวจหนึ่งคนควบคุมการวัดจากตำแหน่งเป้า (Prism/Pole) ได้โดยตรงผ่านรีโมตหรือคอนโทรลเลอร์ บทความนี้เรียบเรียงเป็นขั้นตอนปฏิบัติที่ทำตามได้จริง ตั้งแต่การตั้งกล้องจนถึงการ Stake Out พร้อมเกณฑ์ควบคุมคุณภาพตามหลักสากล

1. ตั้งกล้องและปรับระดับ (Setup & Leveling)

วางขาตั้ง (Tripod) ให้หัวขาอยู่เหนือหมุดโดยประมาณ ยึดกล้องเข้ากับ Tribrach แล้วใช้ Laser/Optical Plummet เล็งลงหมุดควบคุม จากนั้นปรับระดับด้วย Electronic Bubble บนจอ

  • Procedure: ปรับสกรูปรับระดับให้ฟองอากาศอิเล็กทรอนิกส์เข้าศูนย์ทั้งสองแกน แล้วเลื่อนกล้องบนแป้น Tribrach จนศูนย์เล็งตรงกลางหมุด
  • Tolerance: ค่า Centering ควรอยู่ในช่วง ±0.5–1.0 มม. สำหรับงานควบคุม และตรวจ Electronic Bubble ให้คลาดเคลื่อนไม่เกินความไวของ Compensator (โดยทั่วไป ±5″ ตามสเปกผู้ผลิตหลัก เช่น Leica, Trimble, Sokkia, Topcon)
  • ข้อควรระวัง: พื้นนิ่มหรือทรายทำให้กล้องเลื่อนระดับระหว่างงาน ควรใช้แผ่นรองขา (Stake Plate) เสมอ

2. ตั้งค่าเริ่มต้นและ Backsight (Station Setup)

ป้อนพิกัดหมุดตั้งกล้อง (Occupied Point) ความสูงกล้อง (Instrument Height) และตั้งค่าอ้างอิงทิศทางด้วยวิธี Backsight แบบพิกัดหรือ Azimuth

  • Procedure: เลือก Known Point Setup → ป้อนหมุดตั้งกล้อง → เล็ง Backsight แล้วยืนยันค่ามุมราบอ้างอิง
  • Tolerance: ตรวจ Backsight Check โดยความคลาดเคลื่อนเชิงระยะที่ Backsight ควรอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดของงาน (เช่น ±5–10 มม. สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป)

ค่ามุมทิศทาง (Azimuth) ระหว่างหมุด A และ B คำนวณจาก:

αAB = arctan[ (EB − EA) / (NB − NA) ]

โดย E คือค่าพิกัดตะวันออก (Easting) และ N คือค่าพิกัดเหนือ (Northing) ควรพิจารณา Quadrant เพื่อให้ได้ค่ามุมในช่วง 0–360°

3. ตั้งค่าแก้ไขสภาพแวดล้อมและค่าคงที่ปริซึม (Corrections)

ก่อนวัดระยะด้วย EDM ต้องตั้งค่า Atmospheric Correction (ppm) และ Prism Constant ให้ตรงกับเป้าที่ใช้

  • Procedure: ป้อนอุณหภูมิและความดันบรรยากาศเพื่อให้กล้องคำนวณค่า ppm อัตโนมัติ แล้วตั้ง Prism Constant ตามชนิดปริซึม
  • Spec: ค่า Prism Constant ของผู้ผลิตหลักมักอยู่ในช่วง 0 ถึง −34 มม. (เช่น Leica −34/0 มม., Sokkia/Topcon −30 มม. แล้วแต่รุ่นและมาตรฐานที่ตั้งไว้) ควรยึดค่าตามคู่มือปริซึมจริง ไม่ควรกำหนดเอง
  • ข้อควรระวัง: การผสมปริซึมต่างค่าคงที่ในงานเดียวกันโดยไม่แก้ไข ทำให้เกิด Systematic Error ในทุกระยะ

4. ล็อกและติดตามเป้าอัตโนมัติ (Lock & Search)

จุดเด่นของ Robotic Total Station คือ ATR/Lock ที่ให้กล้องเล็งและติดตามปริซึมได้เอง ช่างสำรวจถือ Pole พร้อมคอนโทรลเลอร์เดินไปยังจุดที่ต้องการ

  • Procedure: สั่งกล้อง Search → รอ Lock ปริซึม → ตรวจสถานะ Lock บนคอนโทรลเลอร์ก่อนกดวัด
  • Tolerance: ระยะทำงานของ ATR โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 300–1,000 ม. ขึ้นกับรุ่นและชนิดปริซึม ควรตรวจว่า Lock ที่ปริซึมเป้าหมาย ไม่ใช่พื้นผิวสะท้อนอื่น
  • ข้อควรระวัง: แสงสะท้อนจากกระจก รถ หรือผิวน้ำ อาจทำให้กล้อง Lock ผิดเป้า ต้องยืนยันด้วยสายตาเมื่อทำงานในพื้นที่มีวัตถุสะท้อน

5. Stake Out และตรวจสอบคุณภาพ (Stake Out & QC)

เมื่อพร้อมทำงานภาคสนาม เลือกโหมด Stake Out เพื่อวางตำแหน่งจากพิกัดออกแบบ กล้องจะนำทางบอกระยะและทิศที่ต้องเลื่อน Pole

  • Procedure: โหลดจุดออกแบบ → กล้องนำทาง (Go Left/Right, In/Out) → ตอกหมุด → วัดยืนยัน (As-Staked)
  • Tolerance: ตั้งค่า Stake Out Tolerance ตามงาน เช่น ±5–10 มม. สำหรับงานฐานรากทั่วไป และตรวจซ้ำจุดควบคุมทุกช่วงการทำงาน

สำหรับการประเมินคุณภาพเชิงมุมและระยะ การทดสอบสมรรถนะกล้องควรอ้างอิงกระบวนการตาม ISO 17123-3 (สำหรับ Theodolite/มุม) และ ISO 17123-4 (สำหรับ EDM) เพื่อยืนยันว่าค่าเบี่ยงเบนอยู่ในเกณฑ์ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในงานจริง

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้