Robotic Total Station (กล้องประมวลผลรวมแบบอัตโนมัติ) คือกล้องที่มีระบบมอเตอร์หมุนกล้องเองและระบบติดตามเป้า (Automatic Target Recognition – ATR) ทำให้ช่างสำรวจหนึ่งคนควบคุมการวัดจากตำแหน่งเป้า (Prism/Pole) ได้โดยตรงผ่านรีโมตหรือคอนโทรลเลอร์ บทความนี้เรียบเรียงเป็นขั้นตอนปฏิบัติที่ทำตามได้จริง ตั้งแต่การตั้งกล้องจนถึงการ Stake Out พร้อมเกณฑ์ควบคุมคุณภาพตามหลักสากล
1. ตั้งกล้องและปรับระดับ (Setup & Leveling)
วางขาตั้ง (Tripod) ให้หัวขาอยู่เหนือหมุดโดยประมาณ ยึดกล้องเข้ากับ Tribrach แล้วใช้ Laser/Optical Plummet เล็งลงหมุดควบคุม จากนั้นปรับระดับด้วย Electronic Bubble บนจอ
- Procedure: ปรับสกรูปรับระดับให้ฟองอากาศอิเล็กทรอนิกส์เข้าศูนย์ทั้งสองแกน แล้วเลื่อนกล้องบนแป้น Tribrach จนศูนย์เล็งตรงกลางหมุด
- Tolerance: ค่า Centering ควรอยู่ในช่วง ±0.5–1.0 มม. สำหรับงานควบคุม และตรวจ Electronic Bubble ให้คลาดเคลื่อนไม่เกินความไวของ Compensator (โดยทั่วไป ±5″ ตามสเปกผู้ผลิตหลัก เช่น Leica, Trimble, Sokkia, Topcon)
- ข้อควรระวัง: พื้นนิ่มหรือทรายทำให้กล้องเลื่อนระดับระหว่างงาน ควรใช้แผ่นรองขา (Stake Plate) เสมอ
2. ตั้งค่าเริ่มต้นและ Backsight (Station Setup)
ป้อนพิกัดหมุดตั้งกล้อง (Occupied Point) ความสูงกล้อง (Instrument Height) และตั้งค่าอ้างอิงทิศทางด้วยวิธี Backsight แบบพิกัดหรือ Azimuth
- Procedure: เลือก Known Point Setup → ป้อนหมุดตั้งกล้อง → เล็ง Backsight แล้วยืนยันค่ามุมราบอ้างอิง
- Tolerance: ตรวจ Backsight Check โดยความคลาดเคลื่อนเชิงระยะที่ Backsight ควรอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดของงาน (เช่น ±5–10 มม. สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป)
ค่ามุมทิศทาง (Azimuth) ระหว่างหมุด A และ B คำนวณจาก:
αAB = arctan[ (EB − EA) / (NB − NA) ]
โดย E คือค่าพิกัดตะวันออก (Easting) และ N คือค่าพิกัดเหนือ (Northing) ควรพิจารณา Quadrant เพื่อให้ได้ค่ามุมในช่วง 0–360°
3. ตั้งค่าแก้ไขสภาพแวดล้อมและค่าคงที่ปริซึม (Corrections)
ก่อนวัดระยะด้วย EDM ต้องตั้งค่า Atmospheric Correction (ppm) และ Prism Constant ให้ตรงกับเป้าที่ใช้
- Procedure: ป้อนอุณหภูมิและความดันบรรยากาศเพื่อให้กล้องคำนวณค่า ppm อัตโนมัติ แล้วตั้ง Prism Constant ตามชนิดปริซึม
- Spec: ค่า Prism Constant ของผู้ผลิตหลักมักอยู่ในช่วง 0 ถึง −34 มม. (เช่น Leica −34/0 มม., Sokkia/Topcon −30 มม. แล้วแต่รุ่นและมาตรฐานที่ตั้งไว้) ควรยึดค่าตามคู่มือปริซึมจริง ไม่ควรกำหนดเอง
- ข้อควรระวัง: การผสมปริซึมต่างค่าคงที่ในงานเดียวกันโดยไม่แก้ไข ทำให้เกิด Systematic Error ในทุกระยะ
4. ล็อกและติดตามเป้าอัตโนมัติ (Lock & Search)
จุดเด่นของ Robotic Total Station คือ ATR/Lock ที่ให้กล้องเล็งและติดตามปริซึมได้เอง ช่างสำรวจถือ Pole พร้อมคอนโทรลเลอร์เดินไปยังจุดที่ต้องการ
- Procedure: สั่งกล้อง Search → รอ Lock ปริซึม → ตรวจสถานะ Lock บนคอนโทรลเลอร์ก่อนกดวัด
- Tolerance: ระยะทำงานของ ATR โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 300–1,000 ม. ขึ้นกับรุ่นและชนิดปริซึม ควรตรวจว่า Lock ที่ปริซึมเป้าหมาย ไม่ใช่พื้นผิวสะท้อนอื่น
- ข้อควรระวัง: แสงสะท้อนจากกระจก รถ หรือผิวน้ำ อาจทำให้กล้อง Lock ผิดเป้า ต้องยืนยันด้วยสายตาเมื่อทำงานในพื้นที่มีวัตถุสะท้อน
5. Stake Out และตรวจสอบคุณภาพ (Stake Out & QC)
เมื่อพร้อมทำงานภาคสนาม เลือกโหมด Stake Out เพื่อวางตำแหน่งจากพิกัดออกแบบ กล้องจะนำทางบอกระยะและทิศที่ต้องเลื่อน Pole
- Procedure: โหลดจุดออกแบบ → กล้องนำทาง (Go Left/Right, In/Out) → ตอกหมุด → วัดยืนยัน (As-Staked)
- Tolerance: ตั้งค่า Stake Out Tolerance ตามงาน เช่น ±5–10 มม. สำหรับงานฐานรากทั่วไป และตรวจซ้ำจุดควบคุมทุกช่วงการทำงาน
สำหรับการประเมินคุณภาพเชิงมุมและระยะ การทดสอบสมรรถนะกล้องควรอ้างอิงกระบวนการตาม ISO 17123-3 (สำหรับ Theodolite/มุม) และ ISO 17123-4 (สำหรับ EDM) เพื่อยืนยันว่าค่าเบี่ยงเบนอยู่ในเกณฑ์ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในงานจริง