เทคนิคการวัดระยะทางในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางด้วยกล้อง TOTAL

เทคนิคการวัดระยะทางในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางด้วยกล้อง TOTAL
การใช้กล้อง Total Station ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง (เช่น มีต้นไม้บัง, มีเสาไฟ, หรือมีอาคารคั่นกลาง) ถือเป็นความท้าทายพื้นฐานของนักสำรวจ
เทคนิคที่มืออาชีพนิยมใช้เพื่อแก้ปัญหามีดังนี้:
1. เทคนิคการวัดแบบเยื้อง (Offset Measurement)
วิธีนี้ใช้เมื่อเราไม่สามารถตั้งเป้าปริซึม (Prism) ตรงจุดที่ต้องการวัดได้โดยตรงเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางบังแนวสายเล็ง
- Distance Offset (เยื้องระยะทาง): วางเป้าปริซึมไว้ข้างๆ จุดที่ต้องการ (ในระยะที่กล้องมองเห็น) โดยให้ระยะห่างจากกล้องเท่ากับจุดจริง แล้วค่อยวัดระยะ "เยื้อง" (Offset) ซ้าย-ขวา หรือ หน้า-หลัง เพื่อให้กล้องคำนวณพิกัดจุดจริงให้
- Angle Offset (เยื้องมุม): ใช้ในกรณีวัดวัตถุทรงกลมหรือเสาขนาดใหญ่ที่เรามองไม่เห็นจุดกึ่งกลาง ให้เราวัดระยะไปยังขอบด้านข้างของวัตถุ แล้วหมุนกล้องไปหาจุดกึ่งกลางเพื่อบันทึกค่ามุม
2. เทคนิคการวัดแบบไม่ใช้ปริซึม (Reflectorless Mode)
หากจุดที่ต้องการวัดมีสิ่งกีดขวางทำให้คนถือเป้าเดินเข้าไปไม่ได้ (เช่น หน้าผา หรือหลังกำแพง) แต่กล้องยังพอมีช่องว่างให้แสงเลเซอร์วิ่งผ่านไปกระทบวัตถุได้:
- เปิดโหมด Reflectorless (N-Prism) เพื่อยิงเลเซอร์ไปยังวัตถุโดยตรง
- ข้อควรระวัง: ลำแสงเลเซอร์ต้องไม่ถูกกิ่งไม้หรือใบไม้ขวางเด็ดขาด เพราะกล้องจะจับระยะที่กิ่งไม้แทนจุดหมาย
3. การหาพิกัดใหม่ด้วยวิธี Resection (การหาจุดที่ตั้งกล้อง)
หากจุดตั้งกล้องเดิมถูกบังจนมองไม่เห็นพื้นที่ทำงาน:
- ให้ย้ายกล้องไปตั้งในจุดใหม่ที่มองเห็นพื้นที่ทำงานได้ชัดเจน
- ใช้กล้องส่องกลับไปยังหมุดอ้างอิง (Control Points) อย่างน้อย 2-3 จุดที่มองเห็น เพื่อให้กล้องคำนวณหาพิกัดที่ตั้งใหม่ของตัวเอง (Resection) วิธีนี้ช่วยให้ทำงานต่อได้โดยไม่ต้องลากวงรอบใหม่ให้เสียเวลา
4. เทคนิคการวัดระยะทางแนวดิ่ง (Remote Elevation Measurement - REM)
ใช้ในกรณีที่มีสิ่งกีดขวางบนพื้นดิน หรือต้องการวัดความสูงของวัตถุที่เราส่องไม่ถึง (เช่น สายไฟสูง หรือยอดตึก):
- วางปริซึมไว้ที่ฐานของวัตถุในแนวเดียวกับจุดที่ต้องการวัด
- ส่องระยะไปยังปริซึมก่อน จากนั้นปลดล็อกกระดกกล้องขึ้นไปส่องที่จุดเป้าหมาย (เช่น ปลายเสา) กล้องจะคำนวณความสูงต่างให้โดยอัตโนมัติ
5. การใช้เทคนิค Missing Line Measurement (MLM)
หากคุณต้องการทราบระยะห่างระหว่างจุด A และ B แต่มีตึกขวางระหว่างสองจุดนั้น:
- ให้ตั้งกล้องในจุดที่มองเห็นทั้ง A และ B (ไม่จำเป็นต้องอยู่แนวเดียวกัน)
- วัดระยะไปยังจุด A และ B ตามลำดับ
- ใช้ฟังก์ชัน MLM ในตัวกล้อง กล้องจะคำนวณระยะห่าง (Slope/Horizontal distance) และความสูงต่างระหว่าง A และ B ให้ทันที
6. การใช้ Eccentric Station (สถานีเยื้อง)
หากเป้าหมายถูกบังมิดชิด:
- ตั้ง "หมุดชั่วคราว" ในจุดที่มองเห็นทั้งกล้องและจุดเป้าหมาย
- ใช้กล้องวัดระยะมาที่หมุดชั่วคราวนี้ก่อน แล้วค่อยย้ายกล้องหรือใช้การคำนวณทางตรีโกณมิติเพื่อหาพิกัดจุดเป้าหมายต่อไป
เคล็ดลับเพิ่มเติม:
- ตัดกิ่งไม้: หากเป็นพื้นที่ป่า การถางแนวสายเล็ง (Line of Sight) เล็กน้อยจะช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นมาก
- ใช้ปริซึมจิ๋ว (Mini Prism): ปริซึมขนาดเล็กช่วยให้สอดส่ายหาช่องว่างระหว่างสิ่งกีดขวางได้ง่ายกว่าเป้าใหญ่
- วิทยุสื่อสาร: ในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง การสื่อสารระหว่างคนส่องกล้องกับคนถือเป้าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพื่อหา "ช่องแสง" ที่ส่องถึงกัน


