ทำไมงานก่อสร้างถึงขาด "กล้องระดับ" ไม่ได้? ถ้าไม่อยากให้บ้านเอียง!
อัพเดทล่าสุด: 17 ก.พ. 2026
33 ผู้เข้าชม

ทำไมงานก่อสร้างถึงขาด "กล้องระดับ" ไม่ได้? ถ้าไม่อยากให้บ้านเอียง!
หลายคนอาจเคยเดินผ่านเขตก่อสร้างแล้วเห็นพี่ช่างยืนส่องกล้องตัวเล็กๆ บนขาตั้งสามขา แล้วสงสัยว่าเขากำลังส่องดูอะไรกัน? สิ่งนั้นไม่ใช่กล้องถ่ายรูป แต่คือ "กล้องระดับ" (Surveyor's Level) ซึ่งถือเป็น "เข็มทิศความสูง" ที่ชี้ชะตาว่าบ้านของคุณจะตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง หรือจะค่อยๆ เอียงจนน่ากลัวในอนาคต
1. พื้นฐานที่ต้องเท่ากันตั้งแต่ก้าวแรก
บ้านจะมั่นคงได้ "ฐานราก" ต้องได้ระดับ หากพื้นดินหรือหัวเสาเข็มแต่ละต้นมีความสูงต่ำไม่เท่ากันแม้เพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำหนักของตัวบ้านจะถ่ายเทลงสู่เสาแต่ละต้นไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ บ้านทรุดตัวไม่เท่ากัน จนเกิดรอยร้าวที่ผนังหรือโครงสร้างได้
2. ป้องกันปัญหา "น้ำขัง" และการระบายน้ำ
ลองนึกภาพว่าคุณสร้างบ้านเสร็จแล้ว แต่พอฝนตก น้ำกลับไหลเข้าบ้านแทนที่จะไหลลงท่อ หรือน้ำขังอยู่กลางลานจอดรถไม่ยอมไปไหน นั่นเป็นเพราะตอนปรับถมดินและเทพื้นไม่ได้ใช้ กล้องระดับ ในการกำหนด "ค่าความลาดเอียง" (Slope) ที่ถูกต้อง กล้องระดับจะช่วยให้ช่างรู้ว่าจุดไหนควรสูง จุดไหนควรต่ำ เพื่อให้น้ำไหลไปในทิศทางที่ต้องการเสมอ
3. งานสถาปัตยกรรมที่เป๊ะทุกองศา
ถ้ากล้องระดับไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน คุณอาจจะได้เห็น:
กล้องระดับทำงานอย่างไร? (สรุปสั้นๆ ให้เห็นภาพ)
หลักการของกล้องระดับคือการสร้าง "เส้นสายตาที่ขนานกับพื้นโลกเป๊ะๆ" (Horizontal Line)
สรุป
กล้องระดับไม่ใช่แค่อุปกรณ์ของวิศวกร แต่มันคือ "เครื่องประกันความเสี่ยง" ให้กับเจ้าของบ้าน หากผู้รับเหมาของคุณเข้าหน้างานโดยไม่มีกล้องระดับ หรือไม่มีการถ่ายระดับที่แม่นยำ ให้รีบทักท้วงทันที เพราะบ้านเอียงแก้ไขยากกว่าบ้านร้าวหลายเท่าตัว!
หลายคนอาจเคยเดินผ่านเขตก่อสร้างแล้วเห็นพี่ช่างยืนส่องกล้องตัวเล็กๆ บนขาตั้งสามขา แล้วสงสัยว่าเขากำลังส่องดูอะไรกัน? สิ่งนั้นไม่ใช่กล้องถ่ายรูป แต่คือ "กล้องระดับ" (Surveyor's Level) ซึ่งถือเป็น "เข็มทิศความสูง" ที่ชี้ชะตาว่าบ้านของคุณจะตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง หรือจะค่อยๆ เอียงจนน่ากลัวในอนาคต
1. พื้นฐานที่ต้องเท่ากันตั้งแต่ก้าวแรก
บ้านจะมั่นคงได้ "ฐานราก" ต้องได้ระดับ หากพื้นดินหรือหัวเสาเข็มแต่ละต้นมีความสูงต่ำไม่เท่ากันแม้เพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำหนักของตัวบ้านจะถ่ายเทลงสู่เสาแต่ละต้นไม่เท่ากัน (Differential Settlement) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ บ้านทรุดตัวไม่เท่ากัน จนเกิดรอยร้าวที่ผนังหรือโครงสร้างได้
2. ป้องกันปัญหา "น้ำขัง" และการระบายน้ำ
ลองนึกภาพว่าคุณสร้างบ้านเสร็จแล้ว แต่พอฝนตก น้ำกลับไหลเข้าบ้านแทนที่จะไหลลงท่อ หรือน้ำขังอยู่กลางลานจอดรถไม่ยอมไปไหน นั่นเป็นเพราะตอนปรับถมดินและเทพื้นไม่ได้ใช้ กล้องระดับ ในการกำหนด "ค่าความลาดเอียง" (Slope) ที่ถูกต้อง กล้องระดับจะช่วยให้ช่างรู้ว่าจุดไหนควรสูง จุดไหนควรต่ำ เพื่อให้น้ำไหลไปในทิศทางที่ต้องการเสมอ
3. งานสถาปัตยกรรมที่เป๊ะทุกองศา
ถ้ากล้องระดับไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน คุณอาจจะได้เห็น:
- วงกบประตูหน้าต่างเบี้ยว: ทำให้ปิดประตูไม่สนิท หรือกลอนล็อคไม่ได้
- ปูกระเบื้องแล้วไม่ชนกัน: เส้นขอบกระเบื้องจะค่อยๆ เพี้ยนไปเรื่อยๆ จนดูไม่สบายตา
- ฝ้าเพดานเอียง: ซึ่งจะเห็นชัดมากเมื่อคุณติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่ต้องชนขอบฝ้า
กล้องระดับทำงานอย่างไร? (สรุปสั้นๆ ให้เห็นภาพ)
หลักการของกล้องระดับคือการสร้าง "เส้นสายตาที่ขนานกับพื้นโลกเป๊ะๆ" (Horizontal Line)
- ช่างกล้อง: ส่องผ่านกล้องเพื่อมองไปยังไม้เมตร (Staff) ที่ตั้งอยู่บนจุดต่างๆ
- ช่างถือไม้: คอยย้ายไม้ไปตามจุดที่ต้องการเช็ก
- การคำนวณ: เมื่อได้ตัวเลขความสูงจากทุกจุด ช่างจะรู้ทันทีว่าจุดไหนต้อง "ถมเพิ่ม" หรือจุดไหนต้อง "ขุดออก" เพื่อให้ทุกอย่างเท่ากันตามแบบแปลน
สรุป
กล้องระดับไม่ใช่แค่อุปกรณ์ของวิศวกร แต่มันคือ "เครื่องประกันความเสี่ยง" ให้กับเจ้าของบ้าน หากผู้รับเหมาของคุณเข้าหน้างานโดยไม่มีกล้องระดับ หรือไม่มีการถ่ายระดับที่แม่นยำ ให้รีบทักท้วงทันที เพราะบ้านเอียงแก้ไขยากกว่าบ้านร้าวหลายเท่าตัว!
บทความที่เกี่ยวข้อง
การจัดเก็บ กล้องสำรวจ ให้เหมาะสมกับ สภาพอากาศประเทศไทย (ที่มีความร้อนและความชื้นสูงตลอดปี) เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วย ยืดอายุการใช้งานของกล้อง
16 ก.ค. 2025
เลเซอร์วัดระดับและกล้องวัดระดับ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดระดับความสูงและความชันของพื้นผิว แต่ทั้งสองชนิดมีลักษณะการทำงานและคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้
14 พ.ย. 2024
จุด Backsight (BS) มีความสำคัญอย่างยิ่งในงานสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้กล้อง Total Station หรือกล้องระดับ (Auto Level)
28 พ.ค. 2025


