ไขความลับ Prism Constant ทำไมต้องตั้งค่า -30 หรือ 0?

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.พ. 2026
37 ผู้เข้าชม

ไขความลับ Prism Constant ทำไมต้องตั้งค่า -30 หรือ 0?

     ในโลกของการสำรวจด้วยกล้อง Total Station มีค่าตัวเลขหนึ่งที่เปรียบเสมือน "กับดัก" ของช่างสำรวจ นั่นคือ Prism Constant (ค่าคงที่ปริซึม) เคยสงสัยไหมว่าทำไมที่หลังเป้าปริซึมต้องเขียนว่า -30mm หรือ 0mm? และถ้าเราตั้งค่านี้ผิด ผลลัพธ์ที่ตามมาจะร้ายแรงแค่ไหน?

 

1. ทำไมต้องมีค่าคงที่ (Constant)?

     ตามหลักการแล้ว กล้องควรวัดระยะจากจุดตั้งกล้องไปจนถึง "กึ่งกลางโพล" พอดีเป๊ะ แต่ในความเป็นจริง แสงเลเซอร์ไม่ได้เดินทางผ่านอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องเดินทางผ่าน "แก้วปริซึม" ก่อนจะสะท้อนกลับ

     ประเด็นสำคัญคือ แสงเดินทางในแก้วช้ากว่าในอากาศ ทำให้กล้องคำนวณระยะทางคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง นอกจากนี้ จุดที่แสงสะท้อนกลับภายในปริซึม (Triple Prism) มักจะไม่ได้วางอยู่ตรงกับแนวแกนกลางของโพลพอดี วิศวกรจึงต้องกำหนดค่า "ชดเชย" หรือ Constant นี้ขึ้นมาเพื่อให้กล้องลบหรือบวกระยะออกนั่นเอง


2. ความแตกต่างระหว่าง -30 mm และ 0 mm

  • ค่า -30 mm : เป็นค่ามาตรฐานที่พบมากที่สุดในปริซึมขนาดใหญ่ จุดสะท้อนแสงจะอยู่ "ล้ำ" หน้ากึ่งกลางโพลมาทางกล้องเล็กน้อย กล้องจึงต้องทำการลบระยะออก 30 มิลลิเมตรเพื่อให้ได้ระยะถึงกึ่งกลางโพลที่แท้จริง
  • ค่า 0 mm : คือการออกแบบที่ทำให้จุดสะท้อนแสงเสมือน (Effective center) ตรงกับกึ่งกลางโพลพอดี มักพบในมินิปริซึม (Mini Prism) หรือปริซึมรุ่นใหม่ๆ ที่เน้นความสะดวกในการคำนวณ


3. กับดักเรื่องยี่ห้อ (Brand Specific Offset)

   นี่คือจุดที่สร้างความสับสนมากที่สุด! เพราะค่ายผู้ผลิตกล้องแต่ละแบรนด์มีวิธีคิดค่า Constant ไม่เหมือนกัน

  • ค่ายทั่วไป (Topcon, Sokkia, Nikon, Pentax): มักจะยึดตามค่าจริงที่เขียนไว้บนปริซึม เช่น เขียน -30 ก็ใส่ -30 ในกล้อง
  • ค่าย Leica : มีระบบเฉพาะตัว โดยปกติปริซึมมาตรฐานของ Leica จะมีค่า Absolute Constant อยู่ที่ +34.4 mm แต่ในซอฟต์แวร์ของกล้อง Leica จะถูกตั้งค่าเริ่มต้นไว้เป็น 0 เพื่อให้ง่ายต่อผู้ใช้ ดังนั้นหากคุณเอาปริซึมยี่ห้ออื่น (เช่น -30 mm) มาใช้กับกล้อง Leica คุณจะต้องคำนวณค่าใหม่ให้ถูกต้อง (โดยปกติคือต้องใส่ค่า +4.4 mm)


4. วิธีเช็คให้ชัวร์ก่อนลงมือวัด (Field Calibration)

หากคุณมีเป้าปริซึมเก่าที่ตัวเลขเลือนลาง หรือไม่แน่ใจว่าต้องตั้งค่าเท่าไหร่ ให้ใช้วิธี "The 3-Point Test"

    1. ปักหมุด 3 จุด (A, B, C) ให้อยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน

    2. วัดระยะช่วงที่ 1 (AB) และช่วงที่ 2 (BC)

    3. วัดระยะรวมช่วงที่ 3 (AC)

    4. สูตรคำนวณ: (AB + BC) - AC = ความคลาดเคลื่อน

  • ถ้าค่าที่ได้คือ 0 แสดงว่าตั้งค่า Constant ถูกต้องแล้ว
  • ถ้าค่าที่ได้ไม่ใช่ 0 ค่าที่ต่างออกมานั่นแหละคือส่วนต่างที่คุณต้องไปปรับแก้ในเมนู EDM ของกล้อง

 

     การตั้งค่า Prism Constant ผิด จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนแบบ "เป็นระบบ" (Systematic Error) คือจะผิดเพี้ยนเท่ากันทุกจุดตลอดทั้งโครงการ ซึ่งตรวจพบได้ยากมากหากไม่ทำการ Check-back ก่อนเริ่มงาน

     วินัยที่สำคัญที่สุด : "อ่านค่าหลังเป้า แล้วเช็คหน้าจอกล้อง" ให้เป็นนิสัยก่อนกดปุ่มวัดระยะครั้งแรกของวันเสมอ

 



ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ กล้องระดับ กล้องวัดมุม กล้องประมวลผลรวม และบริการหลังการขาย : บริษัท พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ จำกัด

บทความที่เกี่ยวข้อง
ฟิล์ม__36_.j
ในโลกของการสำรวจและก่อสร้าง ความแม่นยำในการวัดระดับและมุมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง กล้องระดับเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการตรวจสอบและกำหนดความสูงหรือความเอียงของพื้นผิว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางผังหรือสร้างโครงสร้างต่าง ๆ หนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้กล้องระดับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำคือ จานองศาราบ หรือที่เรียกกันว่า จานองศาแนวราบ บทความนี้จะอธิบายถึงบทบาทและความสำคัญของจานองศาราบในกล้องระดับ
28 ส.ค. 2024
ประโยชน์ของเลเซอร์ ไลน์  (Laser Level) กับงานก่อสร้างอาคาร
เลเซอร์ไลน์ (Laser Level) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในงานก่อสร้างอาคาร มีหลายประโยชน์ที่สามารถช่วยให้งานก่อสร้างเป็นไปได้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น
23 ม.ค. 2024
การใช้กล้องระดับในการสำรวจพื้นที่น้ำท่วม
การใช้กล้องระดับในการสำรวจพื้นที่น้ำท่วม เป็นขั้นตอนในการประเมินสถานการณ์ วางแผนแก้ไข และฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยเฉพาะในงานวิศวกรรมโยธา ฯ
30 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy