เทคนิคควบคุมระดับและความหนาการเทพื้นคอนกรีตด้วยกล้องระดับ
การควบคุมระดับและความหนาของการเทพื้นคอนกรีต (Slab Casting) ให้แม่นยำ ได้มาตรฐาน และไม่เกิดปัญหาพื้นเป็นแอ่งหรือหนา-บางเกินไป อาศัยขั้นตอนการทำงานด้วยกล้องระดับ (Auto Level หรือ Rotary Laser) 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1. ตั้งกล้องและคำนวณค่าระดับ (Benchmark Setup):วางตำแหน่งกล้องและหาค่าอ้างอิง
- ตั้งกล้องระดับในจุดที่มั่นคงและมองเห็นทั่วบริเวณงาน
- ส่องอ่านค่าจากจุดอ้างอิงจริง (BM) เพื่อหา ความสูงของสายตา (Height of Collimation: HI)
- คำนวณค่าอ่านไม้ระดับเป้าหมาย ($FS = HI - Target Level$) สำหรับระดับผิวหน้าคอนกรีตที่ต้องการ
2. ทำเครื่องหมายบอกระดับ (Marking):ทำจุดสังเกตก่อนเทปูน
- ทำระดับอ้างอิงไว้ตามแบบหล่อหรือเหล็กเสริม (Rebar) ทุกระยะ 1.5–2.0 เมตร
- ใช้หมุดคอนกรีต (Concrete Button) ผูกโบว์สี หรือพ่นสเปรย์บนเหล็กเสริม เพื่อเป็นจุดสังเกตระดับหลังปาดเรียบ
3. ส่องเช็กระดับขณะเทและปาดปูน (Casting & Screeding):ควบคุมระดับหน้างาน Real-time
- ขณะเกลี่ยคอนกรีต ให้ปักไม้สำรวจหรือเกจวัดความหนาลงบนเนื้อปูนสด
- ส่องกล้องตรวจสอบค่าระดับ หากคอนกรีตสูงไปให้ตักออก หรือต่ำไปให้เติมปูน
- ปาดหน้าคอนกรีตด้วยไม้ปาด (Screed) ให้ได้ระดับเสมอหัวหมุดอ้างอิง
4. ตรวจสอบความเรียบผิวหน้า (Final Check):ตรวจสอบรอบสุดท้ายก่อนปูนเซ็ตตัว
- ส่องเช็กระดับแบบสุ่มกระจายทั่วผืนพื้น เพื่อป้องกันปัญหาพื้นเป็นกระทะหรือเกิดแอ่งน้ำ
- ปรับแต่งผิวหน้าด้วยเกรียงหรือเครื่องขัดมันตามสเปกงาน
ข้อควรระวังสำคัญ
- การทรุดตัวของแบบหล่อ: น้ำหนักคอนกรีตสดอาจทำให้แบบหล่อเคลื่อนหรือทรุด ควรตรวจสอบระดับท้องแบบ (Bottom Form) ก่อนและระหว่างการเท
- เลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสม: การใช้ Rotary Laser Level ร่วมกับตัวรับสัญญาณ (Receiver) ติดบนไม้เกจ จะช่วยให้ช่างหน้างานเช็กระดับได้เองทันที รวดเร็วและลดความผิดพลาดมากกว่ากล้อง Auto Level แบบดั้งเดิม