Last updated: 18 ส.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
ช่วงมรสุมของไทยกินเวลาหลายเดือน และงานถ่ายระดับก็ไม่ได้หยุดตามฝน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือกล้องระดับ (Auto Level) ยังทำงานได้ ยังอ่านค่าได้ แต่ตัวเลขเริ่มคลาดไปทีละหนึ่งถึงสองมิลลิเมตรโดยไม่มีอะไรฟ้อง กว่าจะรู้ตัวก็ตอนค่าปิดวงบานเกินเกณฑ์ หรือตอนพื้นเทเสร็จแล้วน้ำไม่ไหลลงท่อ ห้าอาการต่อไปนี้พบบ่อยที่สุดในหน้างานช่วงฝน พร้อมเส้นแบ่งว่าอาการไหนแก้เองได้ และอาการไหนควรส่งช่าง
สาเหตุ: อากาศในกล่องกล้องที่แช่ในรถเย็นมาทั้งเช้ามีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดน้ำค้าง (Dew Point) ของอากาศภายนอก พอเปิดกล่องที่หน้างานชื้น ไอน้ำจะควบแน่นบนผิวเลนส์และปริซึมภายในทันที ฝ้าที่เกาะผิวนอกเช็ดออกได้ แต่ฝ้าในระบบเลนส์ภายในเช็ดไม่ได้
วิธีแก้: เปิดฝากล่องทิ้งไว้ในร่ม 10 ถึง 15 นาทีก่อนหยิบกล้องออก ให้อุณหภูมิเครื่องไล่ตามอากาศรอบข้าง ห้ามใช้ผ้าแห้งถูเลนส์ที่มีฝ้า เพราะฝุ่นทรายที่ติดมากับความชื้นจะขูดสารเคลือบผิว ให้เป่าฝุ่นออกก่อน แล้วซับด้วยกระดาษเช็ดเลนส์ชุบน้ำยาเฉพาะ
เกณฑ์ตัดสิน: ถ้าฝ้าอยู่ผิวนอก เช็ดแล้วภาพกลับมาคมภายในไม่กี่นาที ถือว่าปกติ แต่ถ้าเห็นฝ้าเป็นวงลึกเข้าไปในลำกล้องและไม่จางลงหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง แปลว่าความชื้นเข้าตัวเรือนแล้ว ต้องส่งศูนย์เพื่ออบไล่ความชื้นและเปลี่ยนซีล ฝืนใช้ต่อจะเกิดเชื้อราบนผิวเลนส์ซึ่งกัดสารเคลือบถาวร
สาเหตุ: กล้องระดับอัตโนมัติอาศัยคอมเพนเซเตอร์ (Compensator) ซึ่งเป็นชุดปริซึมแขวนด้วยเส้นลวดหรือสปริงบาง คอยดึงแนวเล็งให้ราบจริงแม้ตัวกล้องเอียงเล็กน้อย ความชื้นสะสมทำให้จุดแขวนฝืดหรือขึ้นสนิมบาง ๆ ชุดปริซึมจึงกลับเข้าที่ช้าลงหรือกลับไม่สุด ฟองกลมยังนิ่งตามปกติเพราะไม่ได้เกี่ยวกับคอมเพนเซเตอร์เลย
วิธีตรวจ: เล็งไม้สต๊าฟให้ได้ค่าอ่านหนึ่งค่า แล้วเคาะเบา ๆ ที่ตัวกล้อง หรือหมุนสกรูปรับระดับเล็กน้อยให้ฟองกลมเคลื่อนไปชิดขอบวง จากนั้นอ่านซ้ำ ค่าต้องกลับมาเท่าเดิม ทำซ้ำสามครั้ง
สเปกอ้างอิง: คอมเพนเซเตอร์ของกล้องระดับที่จำหน่ายทั่วไปมีช่วงทำงานราว ±8 ถึง ±16 ลิปดา และมีความแม่นยำในการดึงกลับเข้าที่ราว ±0.3 ถึง ±0.5 พิลิปดา ส่วนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการเดินระดับไป-กลับระยะ 1 กิโลเมตร อยู่ในช่วง 0.7 ถึง 2.5 มิลลิเมตร ขึ้นกับรุ่นและชั้นงาน วิธีทดสอบภาคสนามที่ยอมรับกันคือแนวทางตาม ISO 17123-2 ซึ่งกำหนดทั้งจำนวนครั้งที่ต้องอ่านและวิธีคำนวณค่าเบี่ยงเบน
เกณฑ์ตัดสิน: ผลต่างของค่าอ่านซ้ำเกิน 2 มิลลิเมตรอย่างสม่ำเสมอ คืออาการคอมเพนเซเตอร์มีปัญหา ไม่ใช่เรื่องคนอ่าน กรณีนี้ปรับเองไม่ได้ ต้องส่งซ่อมและสอบเทียบใหม่
สาเหตุ: ดินอิ่มน้ำรับแรงเฉือนได้น้อยลงมาก ปลายขากล้องที่ปักลงในดินเหนียวชุ่มน้ำจะจมลงต่อเนื่องแบบช้า ๆ ตลอดเวลาที่ตั้งอยู่ ทำให้ค่าอ่าน Foresight ต่ำกว่าความจริง และค่าความต่างระดับที่คำนวณได้จะเบ้ไปทางเดียวทุกช่วง ซึ่งกลายเป็นความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ (Systematic Error) ที่การเดินไป-กลับไม่ช่วยหักล้าง
วิธีแก้: ใช้แผ่นรองขา (Base Plate) หรือไม้หนารองใต้ปลายขาทั้งสาม กดขาให้แน่นแล้วรอราวหนึ่งนาทีก่อนอ่าน อ่าน Backsight แล้วอ่าน Foresight ทันที อย่าเว้นช่วงไปทำอย่างอื่น จุดเปลี่ยน (Turning Point) ให้ใช้หมุดเหล็กหรือแผ่นรองไม้สต๊าฟ (Frog Plate) เสมอ
เกณฑ์ตัดสิน: ตรวจด้วยการอ่าน Backsight ซ้ำหลังจบ Foresight ถ้าค่าต่างเกิน 1 ถึง 2 มิลลิเมตร ให้ตั้งกล้องใหม่ทั้งช่วง สำหรับเกณฑ์ปิดวงงานก่อสร้างทั่วไป มักอ้างชั้นความถูกต้องอันดับสามตามระบบของ FGCS ที่ใช้สูตร E = 12√K มิลลิเมตร เมื่อ K คือระยะรวมของวงเป็นกิโลเมตร
สาเหตุ: ทันทีที่แดดส่องลงบนพื้นเปียก ไอน้ำจะระเหยขึ้นเป็นชั้นอากาศที่ความหนาแน่นไม่สม่ำเสมอ แนวเล็งที่ผ่านชั้นอากาศนี้จะหักเห ทำให้ขีดบนไม้สต๊าฟสั่นไหวจนอ่านค่าไม่นิ่ง ยิ่งเล็งใกล้ผิวดินและยิ่งระยะไกล อาการยิ่งรุนแรง ผลของความโค้งโลกและการหักเหรวมกันประมาณได้จาก
Δh = 0.0675 × D² เมื่อ D คือระยะเล็งเป็นกิโลเมตร และ Δh เป็นเมตร
ที่ระยะเล็ง 100 เมตร ค่านี้เท่ากับราว 0.7 มิลลิเมตร ซึ่งดูเล็ก แต่ถ้าระยะ Backsight กับ Foresight ไม่เท่ากันมาก ๆ ค่านี้จะไม่หักล้างกันและสะสมทุกช่วง
วิธีแก้: จำกัดระยะเล็งไม่เกิน 50 ถึง 60 เมตรในสภาพอากาศแปรปรวน จัดระยะ Backsight กับ Foresight ให้ต่างกันไม่เกิน 5 เมตร (Balanced Sight) และรักษาแนวเล็งให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 0.5 เมตร ถ้าภาพยังกระเพื่อมจนอ่านไม่ได้ ให้เลื่อนงานไปช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่แทน
เกณฑ์ตัดสิน: อ่านค่าเดียวกันสามครั้ง ถ้ากระจายเกิน 2 มิลลิเมตร แปลว่าสภาพอากาศไม่เอื้อ ไม่ใช่กล้องเสีย
สาเหตุ: ไม้สต๊าฟไม้ที่ดูดน้ำจะบวมและยืดตัว ทำให้สเกลจริงยาวกว่าที่พิมพ์ไว้ ส่วนแบบอะลูมิเนียมไม่บวม แต่ข้อต่อชักจะสะสมทรายและสนิมจนล็อกไม่สนิท แต่ละท่อนจึงเลื่อนลงเล็กน้อยขณะใช้งาน อีกจุดที่มองข้ามบ่อยคือฟองน้ำติดไม้สต๊าฟที่หลวมจากการกระแทก คนถือไม้จะตั้งเอียงโดยเชื่อว่าตั้งตรงแล้ว
วิธีแก้: เช็ดไม้สต๊าฟให้แห้งทุกครั้งก่อนหุบเก็บ อย่าเก็บทั้งที่เปียกในถุงผ้า ตรวจข้อต่อว่าล็อกสุดจริงโดยดูขีดสเกลที่รอยต่อว่าต่อเนื่องกัน และตรวจฟองน้ำด้วยการเทียบกับดิ่งหรือกับเสาที่รู้ว่าตั้งฉาก
เกณฑ์ตัดสิน: ถ้าสเกลที่รอยต่อคลาดกันเกิน 1 มิลลิเมตร ให้เปลี่ยนไม้สต๊าฟ ค่าความคลาดเคลื่อนของไม้สต๊าฟเข้าไปในผลลัพธ์เต็มจำนวน ไม่มีวิธีคำนวณหักออกภายหลัง