พื้นฐาน "การวัดมุม" (Angle Measurement) สำหรับช่างสำรวจ
การวัดมุม (Angle Measurement) คือภารกิจหลักของกล้องวัดมุม (Theodolite) และกล้อง Total Station เพื่อหาทิศทาง ตำแหน่ง หรือรูปทรงของสิ่งก่อสร้างในระบบพิกัดเชิงมุม โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
1. การวัดมุมราบ (Horizontal Angle)
คือการวัดมุมในระนาบแนวนอนขนานกับพื้นโลก เพื่อหาทิศทางระหว่างหมุดสองจุดเทียบกับจุดตั้งกล้อง มี 2 รูปแบบที่นิยมใช้
- มุมขวา (Angle to the Right) : เซ็ตมุมเริ่มต้นเป็น 0 ํ ที่หมุดหลัง (Backsight) แล้วหมุนกล้องตามเข็มนาฬิกาไปหาหมุดหน้า (Foresight) เป็นวิธีมาตรฐานที่ช่างนิยมใช้มากที่สุดเพื่อลดความสับสน
- มุมภาคทิศเหนือ (Azimuth) : เซ็ตมุมเริ่มต้นเป็น 0 ํ ไปทางทิศเหนือ แล้วเปิดมุมตามเข็มนาฬิกาไปยังเป้าหมาย นิยมใช้ในงานทำแผนที่ภูมิประเทศ
2. การวัดมุมดิ่ง (Vertical Angle)
คือการวัดมุมในระนาบแนวตั้งตั้งฉากกับพื้นโลก เพื่อหาความสูง ต่ำ หรือความลาดชันของพื้นที่
- ระบบมุมดิ่งยอดฟ้า (Zenith Angle): กล้องดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะใช้ระบบนี้ โดยยึดตำแหน่งที่ลำกล้องชี้ตรงขึ้นฟ้า (เหนือศีรษะ) เป็น 0 ํ เมื่อเล็งมาที่แนวราบระดับสายตาจะเป็น 90 ํ และหากก้มลงสุดจะเข้าใกล้ 180 ํ
4 ขั้นตอนปฏิบัติในการวัดมุมให้แม่นยำหน้างาน
- ตั้งกล้องให้ตรงศูนย์ (Centering) : ปรับเลเซอร์ดิ่งให้ตรงหัวตะปูของหมุดอ้างอิง และปรับลูกน้ำฟองกลม-ฟองยาวให้ตรงศูนย์เป๊ะ
- เซ็ตศูนย์ที่เป้าแรก : ส่องกล้องไปที่หมุดหลัง (Backsight) ล็อกแกนให้แน่น แล้วกดปุ่ม 0 SET บนหน้าจอ เพื่อเริ่มนับจาก 0 ํ 00' 00"
- เปิดมุมไปยังเป้าหมาย : คลายล็อก หมุนกล้องไปส่องเป้าถัดไป (Foresight) ล็อกแกนแล้วใช้ควงปรับละเอียดขยับสายใยให้ทับกึ่งกลางเป้าพอดี จากนั้นอ่านค่ามุมบนหน้าจอ
- วัดซ้ำหน้าซ้าย-หน้าขวา (Direct & Reverse) : เพื่อตัดค่าความคลาดเคลื่อนภายในตัวกล้อง (Instrumental Error) ช่างจะส่องวัดมุมรอบแรก (หน้าซ้าย) จากนั้นคว่ำลำกล้องแล้วหมุนตัวกล้องกลับมาส่องอีกรอบ (หน้าขวา) แล้วนำค่าเฉลี่ยของทั้งสองหน้ามาใช้งานจริง