Last updated: 27 มิ.ย. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
การถ่ายค่าพิกัด (Coordinate Transfer) ผ่านอาคารหรือสิ่งกีดขวางเป็นงานที่พบบ่อยในไซต์ก่อสร้างที่มีพื้นที่จำกัด เมื่อแนวเล็งตรง (Line of Sight) ระหว่างหมุดควบคุม (Control Point) สองจุดถูกบดบัง ช่างสำรวจจำเป็นต้องวางสถานีกล้องเสริมหรือใช้เทคนิคการเลี้ยวแนว (Traverse) เพื่อนำพิกัดข้ามอุปสรรคไปยังอีกฝั่งหนึ่ง โดยยังคงรักษาความถูกต้องเชิงตำแหน่งให้อยู่ในเกณฑ์ของงาน หลักการสำคัญคือการสร้างหมุดเชื่อม (Traverse Station) ที่มองเห็นทั้งหมุดต้นทางและปลายทาง แล้วคำนวณพิกัดต่อเนื่องด้วยมุมราบและระยะทางที่วัดได้จาก Total Station
ทฤษฎี: การถ่ายพิกัดข้ามสิ่งกีดขวางอาศัยการต่อเส้นทางสำรวจ (Open หรือ Closed Traverse) จากหมุดควบคุมที่ทราบพิกัด ไปยังหมุดใหม่ที่อยู่อีกฝั่งของอาคาร โดยแต่ละช่วง (Leg) ต้องมองเห็นกันชัดเจน
Procedure: สำรวจพื้นที่เพื่อเลือกตำแหน่งหมุดเชื่อมที่หลบมุมอาคาร โดยพยายามให้ความยาวแต่ละช่วงใกล้เคียงกัน และมุมหักเลี้ยว (Deflection Angle) ไม่แหลมเกินไป จากนั้นตอกหมุดและทำเครื่องหมายให้ชัดเจน
Tolerance/Spec: สำหรับงานก่อสร้างอาคารทั่วไป ควรคุมความบรรจบเชิงมุม (Angular Misclosure) ไม่เกินประมาณ 30 พิลิปดา (arc-second) คูณรากที่สองของจำนวนสถานี ส่วนงานควบคุมที่ต้องการความแม่นยำสูงให้อ้างอิงแนวทางของ FGCS (Federal Geodetic Control Subcommittee) ที่กำหนดเกณฑ์ตาม Order/Class
ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงช่วงที่สั้นมาก เพราะข้อผิดพลาดในการตั้งศูนย์เหนือหมุด (Centering Error) จะส่งผลต่อมุมมากขึ้นเมื่อระยะสั้น
2. ตั้งกล้องและทำ Backsight อย่างถูกต้อง
ทฤษฎี: การถ่ายทิศทาง (Azimuth) ที่ถูกต้องขึ้นกับการเล็งกลับ (Backsight) ไปยังหมุดอ้างอิงที่ทราบพิกัด ระบบกล้องจะคำนวณ Azimuth เริ่มต้นจากพิกัดที่ป้อน แล้วต่อยอดมุมที่วัดได้ไปยังเป้าหน้า (Foresight)
Procedure: ตั้งกล้องเหนือหมุดเชื่อม ปรับระดับด้วยฟองอากาศอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bubble) แล้วป้อนพิกัดสถานีและพิกัดหมุด Backsight เล็งเป้า Backsight ในทั้งสองหน้ากล้อง (Face Left และ Face Right) เพื่อเฉลี่ยค่าและกำจัดความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ
Tolerance/Spec: ผลต่างของมุมระหว่างสองหน้ากล้อง (2C) ควรอยู่ในเกณฑ์ของกล้องแต่ละชั้นความแม่นยำ โดยกล้องงานก่อสร้างทั่วไปมีความละเอียดเชิงมุมในช่วงประมาณ 2 ถึง 5 พิลิปดา การวัดสองหน้ากล้องสอดคล้องกับวิธีตรวจสอบใน ISO 17123-3 ซึ่งใช้ประเมินความแม่นยำเชิงมุมของกล้องสำรวจ
ข้อควรระวัง: หากค่าพิกัด Backsight ผิดเพียงเล็กน้อย ทิศทางทั้งเส้นทางจะบิดทั้งระบบ ตรวจสอบพิกัดที่ป้อนซ้ำก่อนเริ่มวัดเสมอ
3. วัดมุมและระยะเพื่อคำนวณพิกัดหมุดใหม่
ทฤษฎี: เมื่อทราบพิกัดสถานี ทิศทางอ้างอิง และวัดมุมราบกับระยะราบไปยังหมุดใหม่ พิกัดของหมุดปลายทางคำนวณได้จากสมการพื้นฐานของงานสำรวจ ดังนี้
E2 = E1 + D × sin(Az) และ N2 = N1 + D × cos(Az)
โดย E1, N1 คือพิกัดสถานี, D คือระยะราบ (Horizontal Distance) และ Az คือมุมทิศ (Azimuth) ของแนวเล็งไปยังหมุดใหม่
Procedure: วัดระยะด้วย EDM แบบใช้ปริซึม (Prism) เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการถ่ายพิกัด ตั้งค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant) และค่าแก้บรรยากาศ (Atmospheric Correction, ppm) ให้ตรงกับสภาพจริง วัดทั้งสองหน้ากล้องและเฉลี่ยค่า
Tolerance/Spec: ค่าคงที่ปริซึมของผู้ผลิตหลักโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 0 ถึง -30 มิลลิเมตร ขึ้นกับรุ่นและยี่ห้อ การตั้งค่าผิดจะทำให้ระยะคลาดเคลื่อนคงที่ตลอดงาน
ข้อควรระวัง: ระยะที่กล้องแสดงต้องเป็นระยะราบก่อนนำไปคำนวณพิกัด หากใช้ระยะลาด (Slope Distance) โดยตรงจะได้พิกัดผิด
4. ตรวจสอบความบรรจบและปรับแก้เส้นทาง
ทฤษฎี: หากเส้นทางวนกลับมาบรรจบหมุดควบคุมเดิม (Closed Loop) หรือผูกกับหมุดควบคุมอีกตัวที่ทราบพิกัด (Closed Traverse) จะสามารถคำนวณความคลาดเคลื่อนบรรจบ (Closure Error) ทั้งเชิงมุมและเชิงเส้นได้ แล้วกระจายแก้ค่าด้วยกฎ Compass (Bowditch) Rule
Procedure: คำนวณผลรวมมุมที่วัดได้เทียบกับค่าทฤษฎี หาความคลาดเคลื่อนเชิงมุม จากนั้นปรับมุม แล้วคำนวณพิกัดต่อเนื่อง ตรวจความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่ง และกระจายแก้ตามสัดส่วนระยะของแต่ละช่วง
Tolerance/Spec: ความถูกต้องสัมพัทธ์ (Relative Accuracy) ของเส้นทางมักแสดงเป็นอัตราส่วน เช่น 1:5,000 ถึง 1:10,000 สำหรับงานควบคุมก่อสร้างทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นกับข้อกำหนดโครงการ การวางเส้นทางแบบผูกปิดช่วยให้ตรวจสอบคุณภาพได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการควบคุมคุณภาพที่อธิบายในคู่มือ USACE EM 1110-1-1004 ว่าด้วยงานสำรวจควบคุม
ข้อควรระวัง: อย่ายอมรับเส้นทางแบบเปิด (Open Traverse) โดยไม่มีการตรวจสอบ เพราะไม่มีทางทราบความคลาดเคลื่อนสะสมที่แท้จริง