Tie In หมุดควบคุมเก่าด้วย Total Station ขั้นตอนทำตามได้จริง

Last updated: 17 มิ.ย. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Tie In หมุดควบคุมเก่าด้วย Total Station ขั้นตอนทำตามได้จริง

การต่อยอดงานสำรวจจากหมุดควบคุมเดิม (Existing Control Point) ให้แม่นยำ จำเป็นต้องอาศัยการ Tie In ที่ถูกต้อง เพราะค่าพิกัด (Coordinate) ที่ได้จะถูกผูกเข้ากับโครงข่ายเดิมโดยตรง หากผูกผิดเพียงหมุดเดียว งานสำรวจทั้งแปลงก็จะคลาดเคลื่อนตามไปด้วย บทความนี้เรียบเรียงขั้นตอนการ Tie In ด้วยกล้องประมวลผลรวม (Total Station) ในรูปแบบที่ช่างสำรวจรังวัดและผู้รับเหมาสร้างบ้านนำไปปฏิบัติตามได้จริง พร้อมเกณฑ์ตรวจสอบคุณภาพในแต่ละขั้น

1. ทำความเข้าใจหลักการ Tie In และการเลือกหมุดอ้างอิง

การ Tie In คือการรังวัดเชื่อมโยงสถานีตั้งกล้องเข้ากับหมุดควบคุมที่ทราบค่าพิกัดอยู่แล้ว อย่างน้อย 2 หมุด เพื่อกำหนดทั้งตำแหน่ง (Position) และทิศทางอ้างอิง (Orientation/Azimuth) ของสถานีงาน หลักการสำคัญคือต้องมีหมุดที่ทราบค่าทำหน้าที่เป็นจุดหลัง (Backsight) และควรมีหมุดตรวจสอบ (Check Point) เพิ่มอีกหนึ่งจุดเสมอ

ในการเลือกหมุด ควรเลือกหมุดที่อยู่ในชั้นงานควบคุม (Control Order) ระดับเดียวกันหรือสูงกว่างานที่จะทำ ระยะระหว่างหมุดอ้างอิงไม่ควรสั้นเกินไป เพราะความคลาดเคลื่อนเชิงมุมจะส่งผลต่อทิศทางมาก ตามความสัมพันธ์ของความคลาดเคลื่อนตามขวาง (Lateral Error):

e = D × sin(Δθ)

เมื่อ e คือความคลาดเคลื่อนตามขวางที่ปลายเส้น, D คือระยะเล็ง และ Δθ คือความคลาดเคลื่อนเชิงมุม จะเห็นว่ายิ่งระยะ D ยาว ความผิดของมุมเล็กน้อยก็ขยายเป็นระยะคลาดเคลื่อนมากขึ้น ข้อควรระวัง: อย่าเลือกหมุดที่มีสภาพหมุดชำรุดหรือถูกรบกวน เพราะค่าพิกัดในบันทึกอาจไม่ตรงกับตำแหน่งจริงอีกต่อไป

2. ขั้นตอนการตั้งกล้องและป้อนค่าหมุดควบคุม

เริ่มจากตั้งกล้องบนหมุดงานหรือใช้วิธี Free Station ก็ได้ ขั้นตอนปฏิบัติแบบเรียงลำดับมีดังนี้

  1. ตั้งกล้องเหนือหมุด ปรับฟองกลมและฟองยาว (Electronic Bubble) ให้เข้าศูนย์ พร้อมหมุนกล้องตรวจ Plate Level ในสองแนวตั้งฉาก
  2. ตั้งค่าสภาพบรรยากาศ (Atmospheric Correction, ppm) และค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant) ให้ตรงกับปริซึมที่ใช้ เพราะมีผลต่อระยะ EDM โดยตรง
  3. สร้างหรือเรียกงาน (Job) แล้วป้อนค่าพิกัด E, N, H ของหมุดควบคุมที่จะใช้เป็น Backsight และ Check Point ตรวจทานตัวเลขซ้ำก่อนยืนยัน
  4. เลือกฟังก์ชัน Station Setup แบบ Known Backsight ป้อนพิกัดสถานีตั้งกล้อง (กรณีตั้งบนหมุดที่ทราบค่า) หรือใช้ Resection/Free Station กรณีไม่ได้ตั้งบนหมุดโดยตรง

ข้อควรระวัง: ความสูงกล้อง (Instrument Height) และความสูงเป้า (Target Height) ต้องวัดด้วยตลับเมตรที่สอบเทียบแล้ว ความผิดเพียง 5 มิลลิเมตรจะติดไปกับค่าระดับของทุกจุดที่รังวัดต่อจากนั้น

3. ขั้นตอนการเล็ง Backsight และการตรวจสอบทิศทาง

หลังป้อนค่าครบ ให้เล็งไปยังปริซึมบนหมุด Backsight แล้วรังวัดแบบสองหน้ากล้อง (Two-Face / Face Left และ Face Right) เพื่อลดอิทธิพลของความคลาดเคลื่อนแกนเล็ง (Collimation) และดัชนีแนวดิ่ง (Vertical Index Error) จากนั้นกล้องจะคำนวณค่ามุมอ้างอิงและระยะให้

  1. เล็ง Backsight หน้ากล้องซ้าย บันทึกค่ามุมราบและระยะราบ
  2. พลิกกล้อง (Plunge) เล็งหน้ากล้องขวา บันทึกซ้ำ แล้วเฉลี่ยค่า
  3. เปรียบเทียบระยะที่กล้องวัดได้กับระยะที่คำนวณจากค่าพิกัด (Computed Distance) ความต่างควรอยู่ในเกณฑ์ของชั้นงาน โดยทั่วไปงานก่อสร้างทั่วไปยอมรับความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่งหลัก ระดับไม่กี่มิลลิเมตรถึงเซนติเมตรตามมาตรฐานที่อ้างอิง เช่น แนวทางการประเมินผลกล้องตาม ISO 17123-3 สำหรับงานมุม และ ISO 17123-4 สำหรับงานระยะ EDM

Tolerance: ผู้ผลิตหลักระบุความละเอียดเชิงมุมของ Total Station อยู่ในช่วงประมาณ 1″ ถึง 5″ และความแม่นยำระยะ EDM ในช่วงประมาณ (1.5 + 2 ppm) มม. ถึง (2 + 2 ppm) มม. ค่าจริงให้อ้างตามสเปกรุ่นที่ใช้งาน

4. การยิง Check Point และการประเมินคุณภาพ

ขั้นตอนที่มักถูกข้ามแต่สำคัญที่สุดคือการยิง Check Point หลังตั้งสถานีเสร็จ ให้เล็งไปยังหมุดทราบค่าอีกจุดที่ไม่ได้ใช้เป็น Backsight แล้วให้กล้องคำนวณค่าพิกัดของจุดนั้นออกมา

  1. นำพิกัดที่กล้องคำนวณได้ มาลบกับพิกัดจริงในบันทึก เพื่อหาค่าผลต่างทางตำแหน่ง δ
  2. คำนวณค่าความคลาดเคลื่อนรวมเชิงตำแหน่งจาก δ = √(ΔE² + ΔN²)
  3. หาก δ เกินเกณฑ์ที่กำหนด ให้ตรวจการป้อนค่าหมุด ค่าความสูงเป้า และการเล็งใหม่ ก่อนเริ่มเก็บงานจริง

ข้อควรระวัง: หากค่าผลต่างคงที่เป็นทิศทางเดียวกันทุกจุด มักเกิดจากความผิดของค่าอ้างอิงหรือ Prism Constant ส่วนค่าผลต่างที่กระจายไม่เป็นระบบ มักเป็นความคลาดเคลื่อนสุ่ม (Random Error) จากการเล็ง

5. การบันทึกและการส่งต่อข้อมูลพิกัด

เมื่อ Tie In ผ่านเกณฑ์แล้ว ควรบันทึกรายการหมุดที่ใช้ ค่ามุมและระยะตรวจสอบ รวมถึงค่า δ ของ Check Point ลงในสมุดสนามหรือไฟล์งาน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ การจัดการคุณภาพข้อมูลในลักษณะนี้สอดคล้องกับหลักการความสามารถสอบกลับได้ตามแนวทางห้องปฏิบัติการสอบเทียบ (ISO/IEC 17025) ที่เน้นการบันทึกหลักฐานการตรวจสอบ

Tips: ตั้งชื่อหมุดให้เป็นระบบ แยกหมุดควบคุมเดิมกับหมุดงานใหม่ให้ชัดเจน และสำรองไฟล์งานทุกครั้งก่อนปิดเครื่อง เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้