เลือกซื้อกล้องวัดระดับเครื่องแรก 5 สิ่งที่ต้องเช็ก

อัพเดทล่าสุด: 29 ม.ค. 2026
28 ผู้เข้าชม

เลือกซื้อกล้องวัดระดับเครื่องแรก 5 สิ่งที่ต้องเช็ก

     ในการเริ่มต้นงานก่อสร้างหรืองานสำรวจ การมี กล้องวัดระดับ (Auto Level) คู่ใจสักตัวถือเป็นเรื่องสำคัญมากครับ เพราะหากเลือกผิด นอกจากจะทำให้งานล่าช้าแล้ว ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสียหายมหาศาลต่อโครงสร้างอาคารได้

     สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องวัดระดับตัวแรก แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน นี่คือ 5 ปัจจัยหลัก ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เหมือนมืออาชีพ

 

1. กำลังขยายของเลนส์ (Magnification) : ส่องไกลแค่ไหนถึงจะพอ ?

กำลังขยายคือตัวกำหนดความชัดเจนในการมองเห็นไม้สต๊าฟในระยะไกลครับ โดยปกติในท้องตลาดจะมีให้เลือก 3 ระดับหลักๆ

  • 24x : เหมาะกับงานขนาดเล็ก เช่น จัดสวน ทำรั้ว หรือต่อเติมบ้าน (ระยะไม่เกิน 50 เมตร)
  • 28x : เป็นระยะยอดนิยมที่ใช้ได้ครอบคลุมเกือบทุกงาน
  • 32x : หากคุณต้องทำถนน หรืองานโครงสร้างใหญ่ที่ต้องส่องระยะไกล 100 เมตรขึ้นไป ตัวนี้คือคำตอบครับ


         Tips : หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา การเลือก 32x ไปเลยจะช่วยให้คุณทำงานได้ยืดหยุ่นกว่าในอนาคต

 

2. ค่าความคลาดเคลื่อน (Accuracy ): หัวใจของความแม่นยำ

ก่อนซื้อต้องดูค่าความคลาดเคลื่อนในการทำระดับไป-กลับระยะ 1 กิโลเมตร (Double Run Levelling) เสมอ:

  • งานทั่วไป : ค่า ±2.0 มม. ถึง ±2.5 มม. ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานมาตรฐาน
  • งานละเอียดพิเศษ: เช่น การวางฐานเครื่องจักรหรือโครงสร้างเหล็ก ควรเลือกกล้องที่ละเอียดกว่า ±1.5 มม. ลงมาครับ

 

3. ระบบชดเชยอัตโนมัติ (Compensator): สู้กับแรงสั่นสะเทือน

หน้างานก่อสร้างมักมีรถบรรทุกวิ่งผ่านหรือลมพัดแรง ซึ่งทำให้กล้องสั่นได้ ระบบชดเชยจะช่วยรักษาแนวเส้นเล็งให้ขนานกับพื้นโลกโดยอัตโนมัติ

  • ควรเลือกกล้องที่มีระบบ Magnetic Dampened (ระบบหน่วงด้วยแม่เหล็ก) เพราะจะช่วยให้เส้นเล็งหยุดนิ่งได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าระบบทั่วไป ช่วยให้คุณอ่านค่าได้ไม่เพี้ยนแม้ในสภาวะที่มีการสั่นสะเทือน


4. มาตรฐานความทนทาน (IP Rating): ลุยแดด ลุยฝุ่น

กล้องวัดระดับต้องอยู่กลางแจ้งตลอดทั้งวัน ดังนั้นความทนทานคือเรื่องที่ละเลยไม่ได้:

  • ควรมีมาตรฐานอย่างน้อย IP54 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้
  • วัสดุตัวกล้องควรแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศเมืองไทยได้ดี ไม่กรอบหรือสีลอกง่ายเมื่อตากแดดนานๆ


5. บริการหลังการขายและการสอบเทียบ (Calibration)

กล้องวัดระดับคือ "เครื่องมือวัด" ที่ต้องมีการตรวจสอบความแม่นยำอยู่เสมอ:

  • การสอบเทียบ : ร้านค้ามีใบเซอร์ฯ (Certificate) รับรองตอนซื้อหรือไม่?
  • การซ่อมบำรุง : หากเกิดอุบัติเหตุทำกล้องตก มีศูนย์บริการที่มีอะไหล่พร้อมซ่อมไหม?

 

     การลงทุนซื้อกล้องวัดระดับเครื่องแรก ไม่ใช่แค่การเลือกตัวที่ราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือก "ความมั่นใจ" ในการทำงานครับ หากคุณเน้นความคุ้มค่าและใช้งานได้ยาวๆ ผมแนะนำให้มองหากล้องที่มีกำลังขยาย 32x และได้รับมาตรฐาน IP54 พร้อมใบรับรองการปรับแก้จากผู้ขาย เท่านี้งานของคุณก็เริ่มต้นได้อย่างแม่นยำแล้ว

 

 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคการหาแนวด้วยกล้องระดับ หัวใจของการสร้างถนน
งานถนนต่างจากงานอาคารตรงที่มีความยาวต่อเนื่องและต้องคำนึงถึง "ความลาดเอียง" (Slope) ตลอดสาย เทคนิคการใช้กล้องระดับที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ประหยัดเวลา
4 ก.พ. 2026
การตั้งค่ากล้อง Total Station สำหรับงานอาคารสูง
ในงานก่อสร้างอาคารสูง "ความดิ่ง" (Verticality) คือหัวใจสำคัญ การตั้งค่ากล้อง Total Station ไม่ใช่แค่การวางบนขาตั้งแล้วส่องเป้า
3 ก.พ. 2026
ข้อควรระวังในการตั้งขาตั้งกล้อง บนพื้นดินอ่อน และ พื้นปูน
การตั้งขาตั้งกล้อง (Tripod) คือฐานรากของงานวัดระดับ การทำงานบนพื้นผิวที่แตกต่างกันอย่าง "พื้นดินอ่อน" และ "พื้นปูน" ซึ่งมีเทคนิคการรับมือที่ต่างกัน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy