Manual vs Robotic Total Station ศึกเครื่องมือสำรวจ

Manual Total Station VS Robotic Total Station ศึกเครื่องมือสำรวจ
ในยุคที่เทคโนโลยีก่อสร้างก้าวกระโดดไปสู่ระบบอัตโนมัติ คำถามหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในใจชาวเซอเวย์เสมอคือ “เราควรขยับไปใช้กล้อง Robotic แล้วหรือยัง?” หรือ “กล้อง Manual แบบเดิมยังเพียงพออยู่ไหม?” แม้ทั้งคู่จะมีหน้าที่หลักคือการวัดระยะและมุมเหมือนกัน แต่กระบวนการทำงานและ “ผลตอบแทนในการลงทุน” (ROI) นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรามาเจาะลึกความแตกต่างเพื่อช่วยคุณตัดสินใจ
1. รูปแบบการทำงาน: สองคนช่วยกัน หรือ ลุยคนเดียวได้ ?
- Manual Total Station : เป็นระบบที่ต้องพึ่งพา “ทีมงานอย่างน้อย 2 คน” คือคนส่องกล้องและคนถือเป้า การทำงานขึ้นอยู่กับการสื่อสารระหว่างกัน (ผ่านวิทยุหรือสัญญาณมือ) ซึ่งอาจเกิดความล่าช้าหรือเข้าใจผิดได้ง่าย
- Robotic Total Station : เปลี่ยนโหมดการทำงานเป็น “One-man Crew” กล้องจะมาพร้อมมอเตอร์ขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงที่สามารถ “หมุนหา” และ “ล็อกเป้าปริซึม” ได้อัตโนมัติ ช่างสำรวจสามารถควบคุมกล้องผ่าน Tablet จากระยะไกลได้ด้วยตัวคนเดียว
2. ความเร็วและความแม่นยำ: สายตาคน vs. ระบบหุ่นยนต์
- เรื่องความเร็ว : กล้อง Robotic สามารถเก็บจุดพิกัดได้มากกว่า 1,000 จุดต่อวัน ในขณะที่กล้อง Manual อาจทำได้เพียง 300-400 จุด เนื่องจากการส่องหาเป้าแต่ละครั้งต้องใช้เวลาปรับโฟกัสด้วยสายตา
- เรื่องความแม่นยำ : กล้อง Manual เสี่ยงต่อการเกิด Human Error จากความเหนื่อยล้าของสายตาในช่วงบ่าย แต่ระบบ Robotic จะส่องเข้าจุดกึ่งกลางปริซึมด้วยเซนเซอร์ที่คงเส้นคงวาตลอดทั้งวัน
3. ต้นทุนและจุดคุ้มทุน (ROI)
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ:
- Manual : ราคาตัวเครื่องถูกกว่า (ประมาณ 1.5 - 4 แสนบาท) เหมาะสำหรับโครงการขนาดเล็กหรืองานรังวัดที่ดินทั่วไปที่ไม่เร่งรีบ
- Robotic : แม้ราคาจะสูงกว่า (8 แสน - 2 ล้านบาท+) แต่ถ้าคำนวณจาก “ค่าแรงที่ประหยัดได้” จากการลดทีมงานลง 1 คน และ “เวลาโครงการที่สั้นลง” จากความเร็วที่เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า กล้อง Robotic มักจะคืนทุนได้ภายในระยะเวลาเพียง 1-2 ปีสำหรับบริษัทที่มีงานต่อเนื่อง
หากงานของคุณคือการรังวัดที่ดินทั่วไป กล้อง Manual ยังคงเป็นทางเลือกที่ทนทานและคุ้มค่า แต่ถ้าคุณกำลังทำโครงการก่อสร้างอาคารสูง งานถนน หรือเมกะโปรเจกต์ที่ต้องแข่งกับเวลา Robotic Total Station ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ "หรูหรา" แต่เป็น "ความจำเป็น" ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและทำงานได้อย่างมีกำไรมากขึ้น


