Profile Leveling งานถนน: กรณีศึกษาภาคสนามด้วย Auto Level

อัพเดทล่าสุด: 29 พ.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม

Profile Leveling (การวัดระดับตามแนวยาว) คือเทคนิคการวัดระดับตามเส้นทางที่กำหนด เพื่อสร้าง Longitudinal Profile ซึ่งแสดงระดับพื้นดินตามระยะทาง ข้อมูลนี้เป็นหัวใจของการออกแบบ Vertical Alignment ของถนน คำนวณ Earthwork Volume และกำหนดระดับผิวถนนสำเร็จรูป (Finished Road Level) ในกรณีศึกษานี้เป็นโครงการก่อสร้างถนน Asphalt ขนาด 2 เลน กว้าง 6 เมตร ระยะทาง 1.8 กม. ในเขตเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง ซึ่งดำเนินการสำรวจด้วย Auto Level รุ่นมาตรฐาน ความแม่นยำระดับ ±1.5 mm/km ตามมาตรฐาน ISO 17123-2

 

ภูมิหลังโครงการ: ความท้าทายภาคสนาม

 

ถนนเส้นนี้ผ่านพื้นที่ที่มีความต่างระดับสูงสุดประมาณ 4.2 เมตร ในระยะทาง 1.8 กม. โดยมีช่วงลาดชันสูงสุด 3.5% ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านบริเวณนาข้าวที่ถูกถมดิน ตลอดเส้นทางมีสะพานคอนกรีตเก่า 2 แห่งที่ต้องคงระดับหัวสะพานเดิม ทำให้การออกแบบ Vertical Curve ต้องปรับให้เชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น คณะวิศวกรตัดสินใจใช้ Differential Leveling แบบ Double-Run สำหรับ Primary BM Network และ Single-Run Profile Leveling สำหรับ IPs ทุก 20 เมตร

 

  1. การวางโครงข่าย Benchmark (BM) ก่อนเริ่มงาน

ทีมงานวาง Permanent BM จำนวน 5 หมุด ห่างกันประมาณ 300-400 เมตร โดยฝังหมุดเหล็กในพื้นคอนกรีตที่มีเสถียรภาพ ค่าระดับของ BM แต่ละหมุดได้จากการ Run Level จาก BM ของกรมทางหลวง (เป็น BM 3rd Order ตามมาตรฐาน USACE EM 1110-1-1003)

 

สมการตรวจสอบ Closure Error:

 

E = ΣBS - ΣFS ≠ 0 → E ต้องน้อยกว่า 12√K mm

 

โดยที่ K คือระยะทาง Run ในหน่วยกิโลเมตร สำหรับ Leveling Order 3 ในโครงการนี้ K = 1.8 km ดังนั้น Allowable Closure = 12√1.8 = ±16 mm จากการวัด Double-Run ได้ Closure Error = 8 mm ซึ่งผ่านเกณฑ์

 

2. การทำ Profile Leveling ตาม Station

 

ทีมตั้ง Auto Level ในจุดกึ่งกลางระหว่าง Backsight (BS) และ Foresight (FS) ให้ระยะ BS ≈ FS เสมอ ตามหลัก Balanced Sight Distance ที่ช่วยตัด Curvature & Refraction Error ออก ค่าแก้ไขนี้มีนัยสำคัญเมื่อระยะยิงเกิน 80 เมตร:

 

C = 0.0675 × D² (เซนติเมตร, D = ระยะในกิโลเมตร)

 

การทำ Profile Leveling ดำเนินการที่ทุก Station ห่าง 20 เมตร (STA 0+000 ถึง STA 1+800) รวม 91 IP Points ทีมงานบันทึกค่า Intermediate Sight (IS) ที่จุดพิเศษเช่น ขอบตลิ่ง หัวสะพาน และจุดตัดถนนเดิม

 

3. ปัญหาที่พบในภาคสนาม: กรณีที่ STA 0+560

 

ที่ STA 0+560 พื้นที่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วม ไม้สต๊าฟจมลึก ทีมงานต้องใช้ Turning Plate (จาน Frog) เพื่อวางไม้สต๊าฟให้มั่นคง อย่างไรก็ตาม ในวันแรกพบว่าค่าระดับที่ STA 0+560 ต่างจากค่าเฉลี่ยบริเวณใกล้เคียงผิดปกติ 35 mm

 

การวิเคราะห์พบว่าสาเหตุมาจาก Compensator ของกล้องถูกน้ำกระเซ็นใส่ระหว่างการวัด ทำให้ Compensator ไม่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ (Out of Range) ทีมแก้ไขโดย:

  • วัดซ้ำในวันรุ่งขึ้นหลังกล้องแห้งสนิท
  • - ตรวจสอบ Two-Peg Test หน้างาน ได้ Index Error = 2.1 mm/50 m (ผ่านเกณฑ์ <3 mm/50 m)
  • - ใช้ร่มกันแดดบังกล้องตลอดเวลาวัด

ค่าระดับที่วัดซ้ำต่างจากเดิม 33 mm ซึ่งถ้าไม่ตรวจพบอาจทำให้ความชันของถนนในช่วงนั้นผิดจากที่ออกแบบ 1.65% ส่งผลต่อการระบายน้ำ

 

4. การวาดและวิเคราะห์ Longitudinal Profile

 

หลังรวบรวมข้อมูลครบ ทีมวิศวกรนำค่า HI (Height of Instrument) และ Elevation ของทุก Station ไปเขียน Profile บนกระดาษกราฟ Scale แนวนอน 1:2,000 และแนวตั้ง 1:200 (ขยาย 10 เท่า) ตามมาตรฐาน FIG Publication No. 27

 

จากข้อมูลพบว่า:

  • ช่วง STA 0+000 ถึง 0+400: ลาดลง 0.8% (ระบายน้ำได้ดี)
  • - ช่วง STA 0+400 ถึง 0+900: ลาดชันขึ้น 2.1% ผ่านส่วนที่ถมดิน
  • - ช่วง STA 0+900 ถึง 1+200: มีจุดต่ำกว่าระดับน้ำท่วม ต้องถมเพิ่ม 0.8-1.2 เมตร
  • - ช่วง STA 1+200 ถึง 1+800: ลาดลง 1.5% เข้าสู่หัวสะพาน

5. บทเรียนสำคัญจากโครงการนี้

 

บทเรียนแรกคือความสำคัญของการ Re-Check BM ทุก 500 เมตร เพื่อตรวจจับ Systematic Error สะสม โครงการนี้พบว่า BM ที่ STA 1+080 มีค่าเบี่ยงเบนจาก Loop Check 5.5 mm ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ยอมรับ แต่ต้องนำค่าที่ปรับแล้วไปใช้ในการ Grade Design

 

บทเรียนที่สองคือ สภาพอากาศมีผลต่อ Auto Level อย่างมีนัยสำคัญ แสงแดดจ้าทำให้ Heat Shimmer ส่งผลให้อ่านค่าไม้สต๊าฟยากขึ้นและเกิด Reading Error ±1-2 mm เพิ่มเติม การวัดในช่วง 06.00-09.00 น. และ 15.30-17.30 น. ให้ผลที่น่าเชื่อถือกว่าช่วงเที่ยง

 

บทเรียนที่สามคือ Two-Peg Test ควรทำทุกเช้าก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่แค่เมื่อเกิดปัญหา เพราะ Index Error ที่เกิน 3 mm ต่อ 50 เมตรส่งผลสะสมทั้งเส้นทาง 1.8 กม. ได้ถึง 108 mm

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
การเลือกกล้องระดับสำหรับไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่
การเลือกกล้องระดับสำหรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากกล้องระดับมีบทบาทในการวัดแนวระดับและตรวจสอบความแม่นยำของงานตามแนวเส้นที่วางแผนไว้ ซึ่งจะช่วยให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างถูกต้องและมีคุณภาพสูง บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับกล้องระดับประเภทต่างๆ ที่เหมาะสำหรับไซต์งานขนาดใหญ่และความแตกต่างของแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกใช้งาน
5 พ.ย. 2024
คำจำกัดความที่ใช้กับงานกล้องระดับสำรวจ  AUTO LEVEL
กล้องระดับสำรวจ "AUTO LEVEL" มักนำมาใช้ในทางวิศวกรรมและการสำรวจที่เกี่ยวข้องกับการวัดระดับที่แน่นอนของพื้นที่หรือพื้นผิวที่ต้องการทราบระดับน้ำหรือความสูงตามแนวนอน โดยทั่วไปแล้วมีคำจำกัดความ ดังนี้
14 ธ.ค. 2023
เสียงรบกวนส่งผลต่อการอ่านกล้องระดับจริงหรือไม่?
เสียงรบกวน ไม่ได้ส่งผลโดยตรง ต่อความแม่นยำของกล้องระดับแต่สามารถ ส่งผลทางอ้อม
11 มิ.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy